
ร้อนขึ้นทุกขณะ
เศรษฐกิจกับการเมือง กลายเป็นสภาพงูกินหาง แยกกันไม่ออก
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เศรษฐกิจกับการเมือง กลายเป็นสภาพงูกินหาง แยกกันไม่ออก
และเศรษฐกิจในช่วงต่อไปมีปัจจัยกดดันประเด็นการเมืองที่กำลังส่อเค้าเห็นรูปร่างชัดเจนขึ้น
หรือพูดง่ายๆ ว่าความไม่สงบทางการเมืองจะกลายเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับประเด็นการเมืองที่เป็นของร้อนมี 2 เรื่องหลัก
เรื่องแรก คือ การดำเนินคดีอาญาโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา
สิ่งที่ต้องจับตา อาทิ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปศาล ในวันที่ 19 มี.ค.นี้ที่ศาลนัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องคดีหรือไม่
หากศาลประทับรับฟ้องและยิ่งลักษณ์ไปศาล ก็หมายถึงการดำเนินคดีทั้งหมดจะเดินหน้าต่อไปได้
แต่ยิ่งลักษณ์ไม่ไป ก็คงกลายเป็นเงื่อนปมที่ต้องตามไปดูกันต่อจะเกิดอะไรขึ้น โดยแน่นอนว่าจะมีแรงกระเพื่อมต่อสภาวะทางการเมือง
อีกเรื่องก็คือ การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
กระบวนการทั้งหมดงวดเข้ามาทุกขณะ โดยตามกำหนดร่างแรกจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาปฏิรูปแห่งชาติในเดือน เม.ย.นี้
หลากหลายประเด็นในร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เริ่มสร้างแรงสั่นสะเทือนแล้ว โดยเฉพาะมีหลายพรรคการเมืองเคลื่อนไหวคัดค้านอย่างเห็นได้ชัด
ยิ่งเกิดกระแสข่าวทำนองว่า มีเสียงจากแดนไกลไม่เอาร่างรัฐธรรมนูญนี้ ก็อย่าได้กะพริบตา
และไม่ว่าจะจริงหรือเท็จ ร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นประเด็นเดือดที่สู้กันจนหยดสุดท้าย เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อพรรคการเมืองที่มีอยู่
สภาพความไม่สงบเริ่มก่อตัวขึ้น โดยหนังตัวอย่างปรากฏขึ้นแล้วจากการจับ 2 ผู้ต้องหาก่อเหตุขว้างระเบิดศาลอาญา รัชดาภิเษก และมีการเปิดเผยแผนเตรียมระเบิดป่วนกรุงกว่า 100 จุด ในวันที่ 15 มี.ค. ตามสถานที่ต่างๆ เพื่อสร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย
ทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงอาการไม่ปกติ
การเมืองจึงกลายเป็นความเสี่ยง
และเป็นการพิสูจน์ฝีมือทหาร จะจัดการเยี่ยงไร







