posttoday
ตลาดหุ้นต่างประเทศและโอกาสในการลงทุน

ตลาดหุ้นต่างประเทศและโอกาสในการลงทุน

06 มีนาคม 2558

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย เวลท์ รายงานสถานการณ์การลงทุนทั่วโลกพร้อมกับนำเสนอโอกาสในการลงทุนในบางกองทุน

โดยดร.ศุภกร สุนทรกิจ
กรรมการบริหารสายงาน Wealth Management บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์

สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน ผ่านไปอีกสองสัปดาห์ ตรุษจีนก็ได้ผ่านพ้นไป  วันนี้ผมจะขอเขียนถึงสถานการณ์การลงทุนทั่วโลกพร้อมกับนำเสนอโอกาสในการลงทุนในบางกองทุนที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นอีกช่องทางในการกระจายการลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน
   
อย่างที่ทราบว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอเมริกามีการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งย่อมส่งผลเชิงบวกต่อตลาดหุ้นเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดี การปรับตัวของตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกามิได้ปรับขึ้นในอัตราที่เท่า ๆ กัน มีบางกลุ่มอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาดโดยรวม เช่น หุ้นกลุ่มไบโอเทคโนโลยี  กลุ่มอุตสาหกรรม  กลุ่มเทคโนโลยี เป็นต้น การปรับตัวที่ดีกว่าตลาดหุ้นของกลุ่มดังกล่าวสอดคล้องกับการคาดการณ์ถึงเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น  แม้ว่าจะมีความกดดันเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาอยู่เป็นระยะ ๆ แต่ด้วยปัจจัยพื้นฐานและราคาเป้าหมายของหุ้นกลุ่มเหล่านี้น่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการลงทุนได้อีกระยะหนึ่ง
   
กองทุนที่ลงทุนในประเทศสหรัฐอเมริกามีให้นักลงทุนเลือกมากมายหลาย บลจ. แต่จะพูดถึงเฉพาะองทุนที่น่าสนใจ ได้แก่

1.กองทุนหุ้นในกลุ่มธุรกิจเฮลท์แคร์ ซึ่งมีให้เลือกหลายกองทุน แต่ละกองทุนมีนโยบายการลงทุนที่ต่างกัน  ผลตอบแทนที่ผ่านมาจึงสะท้อนถึงนโยบายการลงทุนของแต่ละผู้จัดการกองทุน เช่น ในช่วงที่ผ่านมากลุ่มไบโอเทคเป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนที่สูงเมื่อเทียบกับกลุ่มเฮลท์แคร์อื่น ๆ เป็นต้น กองทุนที่นักลงทุนสามารถลงทุนได้ เช่น กองทุน UOB SMART GLOBAL HEALTHCARE FUND และกองทุน KRUNGSRI GLOBAL HEALTHCARE EQ DIVIDEND FUND เป็นต้น

2.กองทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา ซึ่งตลาดหุ้นได้ตอบรับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ  กองทุนที่น่าสนใจเป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นกลุ่ม Nasdaq ซึ่งได้รับประโยชน์จากการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยี เช่น กองทุน K US EQUITY NDQ 100 INDEX FUND นอกจากนั้น ถ้าเศรษฐกิจอเมริกายังคงเติบโตอยางเข้มแข็งต่อเนื่อง กองทุนที่เน้นกลุ่มธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากวัฏจักรธุรกิจขาขึ้นจะได้รับผลตอบแทนที่ดี

นอกเหนือจากการลงทุนตลาดทุนในประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว มาตรการ QE ที่ทางธนาคารกลางยุโรปประกาศออกมาและจะเริ่มอัดฉีดสู่ตลาดในเดือนมีนาคมนี้ในปริมาณเดือนละ 6 หมื่นล้านยูโร ซึ่งจะส่งผลบวกต่อสภาพคล่องที่จะไหลเข้าสู่ระบบและตลาดทุนบางส่วน  นอกจากนั้น สถานการณ์ความเสี่ยงของกรีซที่มีโอกาสที่จะออกจากยูโรโซนแม้จะยังยืดเยื้ออยู่แต่ไม่น่าส่งผลกระทบทางลบต่อตลาดทุนยุโรปอย่างรุนแรงนัก  ดังนั้นการลงทุนในตลาดทุนยุโรปน่าจะเป็นโอกาสให้นักลงทุนสามารถกระจายการลงทุน  กองทุนที่เน้นลงทุนในตลาดหุ้นยุโรป ได้แก่ ASP- EUROPE VALUE  กองทุน TMB EUROPEAN GROWTH FUND เป็นต้น
   
อย่างไรก็ดีสิ่งที่นักลงทุนควรให้ความระมัดระวัง คือ เรื่องค่าเงินยูโรซึ่งมีแนวโน้มอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง  ดังนั้นกองทุนที่ลงทุนควรทำการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและการฟื้นตัวของยูโรโซนยังคงอยู่ในภาวะที่เปราะบาง นักลงทุนควรติดตามข้อมูลและปรับน้ำหนักการลงทุนตามสถานการณ์
   
ท้ายสุดตลาดทุนที่น่าสนใจอีกหนึ่งตลาดได้แก่ ตลาดหุ้นของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับประโยชน์จากปัจจัยบวก เช่น ต้นทุนการผลิตลดลงเนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับค่าเงินเยนที่ลดลงส่งผลดีต่อการส่งออกรวมถึงมาตรการ การปรับลดของภาษีนิติบุคคล  กองทุนที่น่าสนใจ เช่น กองทุน SCB NIKKEI 225 FUND เป็นต้น เช่นเดียวกับการลงทุนในตลาดยุโรป การลงทุนในประเทศญี่ปุ่นนักลงทุนควรเลือกกองทุนที่มีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และควรติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง  เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังมีความเปราะบางอยู่
   
ครับสุดท้ายแม้การกระจายความเสี่ยงจะให้ผลดีต่อการลงทุน แต่ก็ยังอยากให้ท่านผู้อ่านศึกษาข้อมูลการลงทุนให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนและขอให้ทุกท่านโชคดีในการลงทุน ครับ

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย