ความเชื่อในโลกนี้ที่ผิดมาตลอด
โดย ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)
โดย ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)
ความเชื่อที่หนึ่ง : คนส่วนใหญ่เชื่อว่า “คนขยัน” จึงจะประสบความสำเร็จ …ใช่!! ยุคโบราณคนขยันกว่า สำเร็จกว่า เพราะ ยุคโบราณเขาวัดคนจาก “พลัง” ใครมีวิทยายุทธ์สูงกว่าจะได้เป็นเจ้ายุทธ ..พี่ครับ นี่มันยุคอะไรแล้ว เดี๋ยวนี้มีเครื่องทุ่นแรงครับ เอาง่ายๆ เทียบเรากับ มนุษย์ต่างดาว คุณว่าใครเจริญกว่ากัน
ใช่!! มนุษย์ด่างดาวซิเจริญกว่า ฉลาดกว่า รวยกว่า เก่งกว่า แต่เป็น ง่อย ..มนุษย์ต่างดาว มีแต่นิ้วกับสมองเท่านั้น ที่แข็งแรง นอกนั้นเป็นง่อยหมด ..นั่นแหละ เคล็ดลับความสำเร็จ คือ เราต้องพยายามไม่ทำอะไรเลย ใช้เครื่องทุ่นแรงให้หมด ใช้สมองคิดว่า จะใช้เครื่องทุ่นแรงอย่างไร จากนั้นก็ “กดปุ่ม”
คนขยัน จริงๆ เป็น จุดเริ่มต้นที่ดี แต่อย่าใช้เวลาไปใส่กับงานหนัก …เคยเห็นคำพูดเจ็บๆ ที่เขาพูดว่า “ถ้าการทำงานหนักทำให้คนรวย ทาสต้องรวยที่สุดในโลก” …ครับ !! เพราะ ทาส ทำงานหนักที่สุด
ถูกแล้ว อย่าทำตัวเป็นทาส ..ให้ทำตัวเป็น “มนุษย์ต่างดาว” ..คิดใช้เครื่องทุ่นแรง ใช้สมองคิดประดิษฐ์เครื่องทุ่นแรง ให้เวลาทั้งหมดสร้างเครื่องทุ่นแรง แล้วสุดท้ายเครื่องทุ่นแรงนั่นแหละ จะใช้แรงงานหนักแทนเรา ..เราสร้างเครื่องทุ่นแรงให้ทำหน้าที่ “ขยัน” แทนเรา ...ความขยัน ไม่รวย แต่ความ “ขยันอย่างฉลาด” คือ ขยันแบบคนว่ายน้ำเป็นน่ะ ถึงฝั่งเร็วกว่า
ความเชื่อที่สอง : คนรวย เพราะ เขาต้องเกิดมารวยและโชคดี ...จริงๆ คนคิดแบบนี้ โง่ทุกคน เพราะ ยิ่งโลกพัฒนาไปแค่ไหน คนที่ Self-Made ก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ ...คุณทราบไหมว่า Billionaire 75% เป็น Self-Made คือ สร้างตัวเองทั้งนั้น
ไอ้เรื่อง “เกิดมารวย” กับ “โชคดี” จริงๆ มันคือ ข้ออ้างของพวกขี้แพ้ ..คิดง่ายๆ นะ ทุกคนต้องเจอเรื่องดี และ ไม่ดี ..พูดง่ายๆ คือ ทุกคนต้องผ่านเรื่องไม่ดี ..แต่คนแต่ละคน Deal กับ ปัญหาและวิกฤตแตกต่างกัน ..ถ้าผมอยากรวยในอาชีพ หมอดู มันโคตรง่ายเลย
ผมก็แค่บอกว่า รับแก้ทุกวิกฤต ...เพราะ ด้วยสถิติ เรารู้อยู่แล้วว่า ทุกปัญหามันเป็นเรื่องชั่วคราว ยกตัวอย่าง ถ้าเกิดแผ่นดินไหว หรือ เกิดสึนามิ มันก็ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่มีแผ่นดินไหวตลอดกาล หรือ สึนามิทุกวัน ดังนั้น ง่ายมากเลย ผมจะรับ “แก้ดวง” ให้ทุกคนทีชีวิตอยู่ในวิกฤต เพราะ ผมรู้อยู่แล้วว่า “เวลา” จะทำให้วิกฤตนั้นผ่านไปเอง ..ผมก็แค่ ทำพิธีบ้าๆ บอๆ ... “โอม !! มาให้ ฉัน เป่า หัวให้” ..เพี้ยง !!!
เอาล่ะ คุณให้ อาจารย์แพ้ท เป่ามนต์ให้ละ เดี๋ยวอีก 6 เดือน ปัญหาทุกอย่างจะค่อยๆ คลายหายไป ...คุณจะมีคนนึง ซึ่งคุณเคยช่วยชีวิตเขาตั้งแต่ชาติที่แล้ว จะเป็นชายผิวสีดำแดง (ถ้าคนมาเป็นฝรั่ง ผมก็จะบอกว่า จะมีคนผิวขาวมาช่วยคุณ) ..ฮ่า ฮ่า ใช้สถิติเข้าช่วย เพราะ ถ้าเกิดวิกฤต ส่วนมาก คุณร้องไห้ไม่เกิด 6 เดือน ..ถ้าเกินกว่านั้น เข้าโรงพยาบาลบ้าได้เลย เพราะ สถิติมันแตกแล้ว
แค่เนี้ยๆ ..ผมก็จะกลายเป็น หมอดู อาจารย์แพ้ท ผู้สะเดาะเคราะห์ ขั้นเทพ ...แล้วที่ทำต่อไป คือ ฟันธงเยอะๆ เช่น ถ้าใครมาดูดวง ผมจะทักก่อนเลย ว่า คุณมีเคราะห์น่ะนี่ ... “โอ้ว!! แม่น รู้ได้ไง ว่าผมกำลังไม่สบายใจ”
โถ่!! คนที่ชีวิตกำลังดี มีใครไปหาหมอดู ไม่มีครับ ...คนที่ไปหาหมอดู มีแต่คนมีปัญหาทั้งนั้น ดังนั้น ถ้าคุณฟันธงว่า เขามีปัญหาจะถูกเกือบ 100% ..จากนั้น ก็ให้ดูหน้า ถ้าหน้าตาเขาดี ฟันธงไปเลย ว่าเขามีปัญหาจากเรื่องคู่ใช่ไหม
เพราะคนหน้าตาดี มีปัญหาเรื่องคู่ทั้งนั้น ...ถ้าหน้าตามันห่วย มันจะไม่มีปัญหาเรื่องนี้มากเท่า ..แม่นไหม !!
เขียนไปเขียนมาเห็นโอกาสเลยเนอะ ...อยากรวย ไปเป็นหมอดูดีกว่า ..อย่างแรกคนมาหายกมือไหว้เราก่อนเลย เท่ห์ระเบิด ..ยิ่งวันนี้คนเคารพหมอดู มากกว่า หมออีก เพราะ วันนี้คนจิตตกเยอะ ..อาชีพหมอดู จึงมีโอกาสรวยมากกว่า อาชีพอื่น ..ให้คุณ ศึกษาสถิติให้เยอะ แล้ว ศึกษาจิตวิทยาเพิ่ม ให้อ่านคนจากท่าทาง
ดังนั้น วันนี้ใครมีอาชีพที่ซวย ไม่รุ่ง ลองศึกษาตามที่ผมเล่า แล้วเปลี่ยนตัวเองเป็น หมอดูสักพัก คุณจะเริ่มรู้ว่า โลกนี้มีอาชีพที่หาเงินง่ายๆ ด้วยหรือ
แล้วไงต่อ ? ...ก็ดูต่อไปว่า เราถนัดไหม ถ้าไม่ถนัดก็ไปหาอย่างอื่นทำ แล้วเอา “อาชีพหมอดู” นี่แหละ เป็น Benchmark คือ เอาเป็นบรรทัดฐาน
ยกอย่าง ถ้าอยากทำอาชีพ ขายกาแฟ ลองดูซิว่า มันดีกว่าหมอดูไหม ...ถ้ามันห่วยกว่า อย่าทำเลย เสียเวลา ..ยกตัวอย่าง หมอดูมีฐานลูกค้าใหญ่มาก ก็คือ ทุกคนที่จิตตกคือตลาด ..โคตรเยอะ ..คู่แข่งคุณน้อย เพราะ คนคิดว่า หมอดูต้องเรียนวิชาอาคม แต่ไม่ใช่ หมอดู ต้องเรียน สถิติ และ จิตวิทยา ..แต่ขายกาแฟ ใครๆ ก็ขายกาแฟได้ มีรถเข็น มีกาแฟ ก็ขายได้ละ
หมอดูไม่ต้องมีต้นทุน มีแค่คุณ กับ แว่นขยาย จบแล้ว ..หลังจากนั้น คุณต้องไปพัฒนาจิตวิทยาเกี่ยวกับมนุษย์
คุณรู้ไหม ตัวผมเอง ก็คือ “หมอดูด้านการเล่นหุ้น” ..ผมคุยกับใคร 5 นาที ผมรู้เลยว่า เขาจะเล่นหุ้นแล้วรวย หรือ เจ๊ง ..เพราะ ผมรู้สถิติว่า คนส่วนใหญ่ ชอบเก็งกำไร แล้วผมก็รู้อีกว่า ใครเก็งกำไรแต่ไม่รู้วิธี Cut Loss จะเจ๊งทุกราย
ดังนั้น ถ้าผมทำนาย ใครที่เล่นหุ้นแล้วไม่มี Stop Loss ผมก็ฟันธงไปเลย ว่า “ไม่เกิน 6 เดือน คุณจะเสียเงินอย่างหนักจากหุ้น” ..ฟันธง -- โห!! คุณแพ้ท โคตรแม่นเลย ..แล้วผมมีทางแก้ด้วย คือ ถ้าอยากรวยหุ้นให้เปลี่ยน ชื่อนามสกุล ...ว่าไปนั่น ไม่ใช่ ...ถ้าอยากรวยให้เรียน Stop Loss ถ้าทำได้เดี๋ยวรวยเอง ..แม่นไหม ...555
สถิติ กับ จิตวิทยา ไง ...จัดไป ศึกษาดู โคตรมีประโยชน์ !!







