
แค่ตราประทับ
วาระร้อนของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) วานนี้ หนีไม่พ้นการพิจารณาร่างกฎหมายสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ
โดย...เจษฎา จี้สละ
วาระร้อนของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) วานนี้ หนีไม่พ้นการพิจารณาร่างกฎหมายสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ และรายงานการจัดตั้งสมัชชาคุณธรรมฯ ที่ผลักดันโดย “ศ.เทียนฉาย กีระนันทน์” ประธาน สปช.มาแต่ต้น
โครงสร้างสำคัญของสมัชชาคุณธรรมฯ คือ “คณะมนตรีสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ” จำนวน 5 คน ที่ได้รับการสรรหาจากองค์กรภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม จำนวน 11 คน ด้วยวิธี “ทาบทาม” เพื่อทำหน้าที่ 1.กำหนดมาตรฐานคุณธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้บริหารข้าราชการระดับสูง และองค์กรเอกชนที่ทำธุรกรรมกับภาครัฐ รวมถึงกำหนดธรรมาภิบาลของหน่วยงานภาครัฐทุกประเภท องค์กรตามรัฐธรรมนูญ และ 2.สอบทานและไต่สวนการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานคุณธรรม และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญ คือ “สมาชิกสมัชชาคุณธรรมฯ” จำนวน 55 คน ที่ได้รับการเสนอชื่อจากองค์กรภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ซึ่งคณะกรรมการสรรหาที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะมนตรีฯ จะคัดเลือกบุคคลที่ถูกเสนอชื่อไม่เกิน 2 เท่าของจำนวนสมาชิกที่ต้องการ (ไม่เกิน 110 คน) จากนั้นจึงเสนอต่อคณะมนตรีฯ คัดเลือกในขั้นท้ายสุด ส่วนอำนาจหน้าที่ของสมาชิกสมัชชาคุณธรรมฯ ไม่ต่างจากคณะมนตรีฯ คือ “กำหนด” และ “สอบทาน” มาตรฐานคุณธรรม
เรื่องสมัชชาคุณธรรมฯ เดินมาถึงจุดนี้ ขณะที่ “มาตรฐานคุณธรรม” ยังไม่ได้บัญญัติชัดเจน “ไม้บรรทัด” ที่จะใช้วัด “คนดี” เห็นทีจะไม่เป็นที่ยอมรับขององค์กรต่างๆ เพราะอยู่ดีๆ จะให้ใครเอาไม้บรรทัดมาตีมือแล้วหาว่าเป็น “คนชั่ว” คงยาก
มิหนำซ้ำโครงสร้างอำนาจยังผูกไว้กับคณะมนตรีฯ เพียง 5 คน กลายเป็น “ยักษ์ 5 ตัว” ถือ “ไม้บรรทัด” ไล่วัดความดี
ทุบโต๊ะทันทีว่า สมัชชาคุณธรรมฯ จะกลายเป็นเพียง “ตราประทับ” คนดี-คนชั่ว แต่ไร้ตัวตนในทางปฏิบัติ เพราะไม่อาจชี้ถูก-ผิด หรือกุมทิศทาง “มาตรฐานคุณธรรม” ขององค์กรในสังคมได้อย่างแท้จริง







