
อัพโหลดคลิปวิดีโอ ดาวน์โหลดเงินก้อนโตเข้ากระเป๋า
โดย...สวลี ตันกุลรัตน์ [email protected]
โดย...สวลี ตันกุลรัตน์ [email protected]
คลิปนั้นก็ดี คลิปนี้ก็ฮา แต่รู้ไหมว่า ถ้าเรามีคลิปดี คลิปเด็ด คลิปโดน เรามีโอกาสทำเงินจากการอัพโหลดคลิปขึ้นไปบน YouTube และแชร์ให้ชาวโลกคลิกเข้ามาดู
นั่นเพราะ YouTube จะแบ่งเงินค่าโฆษณาให้กับเราในฐานะ “ผู้สร้างคลิป”
ถ้าเคยเปิดดูคลิปอะไรสักอย่างใน YouTube น่าจะเห็นโฆษณาอย่างน้อย 1 ชิ้น ซึ่งจริงๆ แล้ว “พื้นที่โฆษณา” ใน YouTube จะมีอยู่ 4 รูปแบบ คือ
1. แบบรูปภาพ เป็นแบนเนอร์อยู่ทางด้านขวาของวิดีโอหลักและเหนือรายการวิดีโอที่แนะนำ
2. แบบทับซ้อน เป็นโฆษณาโปร่งใสทับซ้อนในวิดีโอหลัก พื้นที่พื้นที่ 20% ด้านล่างของวิดีโอ
3. แบบข้ามได้ เป็นโฆษณาแบบมาเต็มจอ ซึ่งเราจะดูไปจนจบก็ได้ หรือ จะเลือกกดข้ามได้ก็ได้ ถ้าผ่าน 5 วินาทีแรกไปแล้ว
4. แบบข้ามไม่ได้ โฆษณาแบบนี้คนดูจะต้องดูจนจบถึงจะเข้าดูวิดีโอหลักได้ ซึ่งอาจจะมีความยาวประมาณ 15-20 วินาที แต่สามารถยาวได้สูงสุดได้ถึง 30 วินาที
ทุกครั้งที่มีโฆษณาใน YouTube ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน คนที่ลงโฆษณาก็ต้องจ่ายเงินค่าโฆษณาให้ YouTube เหมือนกับการซื้อเวลาโฆษณาในโทรทัศน์ และทุกครั้งที่โฆษณาพวกนั้นมาปรากฏในคลิปของเรา เราก็มีโอกาสได้รับส่วนแบ่งเงินค่าโฆษณาไปด้วย
รายได้ดี๊ดี แค่มีคลิป
สำหรับประเทศไทย วิธีการหารายได้จากการ “อัพคลิป” จะยังเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ แต่ในต่างประเทศมีคนธรรมดาๆ ที่เรียกกันว่า YouTuber สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการอัพคลิปมาแล้ว และที่สำคัญบางคนยังเป็นเด็กอายุ 7-8 ขวบเท่านั้น
เมื่อต้นปี 2557 เว็บไซต์ BusinessInsider.com ประเมินรายได้ของ YouTuber และนำมาจัดอันดับคนที่มีรายได้จากการอัพคลิปมากที่สุด 20 อันดับแรก พบว่า
อันดับที่ 20 ซึ่งเป็นเด็กน้อยอายุ 7 ขวบ ในชื่อ EvanYubeHD ที่ชอบรีวิวของเล่นและเกม มีรายได้จากส่วนแบ่งค่าโฆษณาปีละประมาณ 1.34 แสนเหรียญสหรัฐฯ – 1.32 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทยไม่มากเท่าไร แค่ 4 ล้านบาทนิดๆไปจนเกือบจะถึง 40 ล้านบาท
อับดับ 1 คือ PewDiePie เป็นคลิปเกี่ยวกับเกมอีกเช่นกัน แต่มีรายได้ระหว่าง 8.25 แสนเหรียญสหรัฐฯ – 8.47 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปี หรือประมาณ 25 ล้านบาท ถึง 254 ล้านบาท เท่านั้นเอง
แต่ที่สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อยไปกว่ากัน คือ การแกะกล่องของเล่นดิสนีย์ โดย บล็อกเกอร์ ที่ใช้ชื่อว่า DC Toys Collector เพราะ บริษัท OpenSlate (ผู้วิเคราะห์สถิติการสร้างรายได้จากคลิปวิดีโอในโลกออนไลน์) ประเมินว่า DC Toys Collector คือ คนที่ทำรายได้จากค่าโฆษณาได้มากที่สุดสำหรับปี 2557 โดยได้ไปประมาณ 4.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นตัวเลขเงินกลมๆ ก็ประมาณ 150 ล้านบาท
ไม่ได้มีแต่ตัวอย่างจากต่างประเทศเท่านั้นที่สามารถหารายได้เป็นกอบเป็นกำจากการอัพคลิปวิดีโอไปบน YouTube เพราะคนไทย
ก็สามารถทำได้เช่นกัน แม้ว่า จะยังไม่มีการจัดอันดับและเปิดเผยตัวเลขรายได้อย่างเป็นทางการ แต่ก็เชื่อว่า YouTuber ชาวไทยจำนวนไม่น้อยที่กำลังสนุกกับการทำคลิปและรับทรัพย์ไปพร้อมๆ กัน
ปวินท์ ครุฑเหิร นักเปียโน ที่รู้จักกันในชื่อ “ตองพี” ก็เป็นหนึ่งใน YouTuber ที่มีรายได้จากส่วนแบ่งค่าโฆษณาจาก YouTube
แม้ว่า เขาจะเรียกรายได้ส่วนนี้ว่า “ค่าขนม” แต่เมื่อปีที่แล้ว เขามีรายได้เข้ามาประมาณ 2,100 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 6.3 หมื่นบาท จากคลิปวิดีโอที่ได้รับความนิยมประมาณ 20-30 คลิป โดยแต่ละคลิปมียอดการเข้าชมเฉลี่ย 2 แสนครั้ง
ขณะที่ ขจร เจียรนัยพานิชย์ บล็อกเกอร์ @khajochi.com (คนไอทีน่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี) บอกว่า หลังจากเริ่มเปิดช่องทางรายได้นี้ตั้งแต่เปิดตัว “YouTube ประเทศไทย” เมื่อเดือน พ.ค. 2557 เขาก็มีรายได้เข้ามาเดือนละประมาณ 2,000-3,000 บาท จากคลิปเพียงไม่กี่คลิปที่มียอดผู้ชมเข้ามาเดือนละ 1-2 แสนครั้ง
“ตั้งแต่เปิดมาน่าจะมีรายได้เข้ามาแล้วมากกว่า 4 หมื่นบาท ซึ่งอาจจะดูไม่มาก แต่อย่างน้อยก็ซื้อไอโฟนได้ 2 เครื่องแล้ว” ขจร กล่าว
คลิปแบบไหน (น่าจะ) รายได้ดี
ขจร บอกว่า อัตราการจ่ายส่วนแบ่งค่าโฆษณาของ YouTube จะหลากหลาย และยากที่จะบอกได้ว่า จะได้รายได้เท่าไรจากการเข้ามาดูคลิปในแต่ละครั้ง แต่พอจะบอกได้ว่า โฆษณารูปแบบไหนจะมีโอกาสให้รายได้มากกว่ากัน
“รูปแบบโฆษณาที่ได้ส่วนแบ่งมากที่สุด คือ แบบข้ามได้ ซึ่งหากผู้ชมดูคลิปจนจบโดยไม่กดข้าม จะมีรายได้มาก และจะได้มากขึ้นอีก ถ้าผู้ชมคลิกเข้าไปในคลิปนั้นหลังจากดูจบแล้ว อันดับรองลงมา คือ แบบรูปภาพ และแบบทับซ้อน”
สำหรับ ประเภทของคลิปที่จะได้รายได้ดีก็ต้องเป็นคลิปที่มีผู้ประกอบการซื้อโฆษณามากๆ ซึ่ง ขจร บอกว่า “สำหรับประเทศไทย คลิปที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ รถยนต์ เครื่องสำอาง น่าจะได้รายได้ดีกว่า คลิปด้านไอที เพราะมีโฆษณามากกว่า ขณะที่สินค้าด้านไอทีมีโฆษณาไม่มาก”
นอกจากนี้ ยังต้องมี “คีย์เวิร์ด” หรือ คำค้นหาที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่คนซื้อโฆษณาต้องการ เพราะคนที่ซื้อโฆษณาจะบอกได้ว่า ต้องการให้โฆษณาไปปรากฏอยู่ในคลิปประเภทไหน มีคีย์อะไร หรือ ไม่ต้องการให้ไปปรากฏในคีย์เวิร์ดอะไร
“ถ้าเป็นโฆษณาของซัมซุงก็คงไม่อยากจะให้ไปขึ้นอยู่ในคลิปที่เกี่ยวกับไอโฟน เพราะฉะนั้นถ้าตั้งคีย์เวิร์ดให้ตรงกับคลิป ก็จะได้โฆษณาที่ตรงกับกลุ่มคนดู ซึ่งน่าจะสนใจโฆษณานั้นด้วย” ขจร แนะนำ
และที่เป็นที่สุดของโอกาสทำเงิน คือ ทำให้มีผู้ชมเข้ามาจำนวนมากๆ
“คนเราจะกดแชร์คลิปกันอยู่ไม่กี่อย่าง คือ ขำ ตลก แปลก ไม่มีใครเคยทำมาก่อน เพราะฉะนั้นทำคลิปอะไรก็ได้ที่เราชอบและทำให้คนดูสนุก” ขจร แนะนำ
เช่นเดียวกับ ปวินท์ ที่บอกว่า การทำให้คนดูดูคลิปของเราให้นานขึ้นก็มีโอกาสที่คนจะสนใจโฆษณามากขึ้น และเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้มากขึ้นด้วย ซึ่งควรจะเริ่มจากทำสิ่งที่ชอบ และตั้งใจทำอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ปวินท์ พบว่า “ยอด View เยอะ ไม่ได้หมายความว่า รายได้จะเยอะเสมอไป” เพราะรายได้ไม่ได้สัมพันธ์กับจำนวนการเข้ามาชมวิดีโอ แต่จะขึ้นอยู่กับว่า คนที่เข้ามาดูโฆษณาตัวนั้นจนจบหรือไม่ มีการคลิกเข้าไปที่วิดีโอโฆษณาตัวนั้นหรือไม่
ถ้าสนใจอยากจะเริ่มมีรายได้ วิธีการไม่ยากสำหรับคนอยากรู้ เพราะแค่ Google ก็บอกได้ทุกอย่าง หรืออาจจะเข้าไปที่ www.khajochi.com จะมี “วิธีสมัครและหารายได้จากวิดีโอบน YouTube” ซึ่งน่าจะทำตามกันได้ไม่ยาก
คลิปแบบนี้ ไม่มีรายได้
แม้ว่า ทีมงาน YouTube ประเทศไทย จะบอกว่า เพียงแค่เรามี “1 วิดีโอในช่องของตัวเอง” ก็สามารถได้รับส่วนแบ่งรายได้จาก YouTube ได้แล้ว โดยมีหลักเกณฑ์ง่ายๆ 2 ข้อเท่านั้น คือ
1. วิดีโอต้องมีเนื้อหาถูกกฎหมาย ไม่เกี่ยวกับพฤติกรรมหรือเนื้อหาที่จะขัดต่อกฎหมาย
2. ผู้ใช้ช่องรายการต้องเป็นเจ้าของเนื้อหาเอง ไม่ได้คัดลอกหรือใช้เนื้อหาของผู้อื่น ที่แสดงถึงการละเมิดลิขสิทธิ์
เพราะฉะนั้นไม่ใช่ทุกคลิปที่เราทำจะนำไปหารายได้ได้ เพราะถ้าเป็นคลิปที่มีลักษณะ “ต้องห้าม” ตามหลักเกณฑ์ที่ YouTube กำหนดไว้ นอกจากจะไม่ได้รายได้แล้ว ยังจะถูกลบคลิปวิดีโอนั้นออกไปด้วย
นอกจากนี้ ทีมงาน YouTube ประเทศไทย ยังให้ “ตัวอย่างของเนื้อหาที่อาจมีสิทธิ์ในการสร้างรายได้” เช่น
- คุณถ่ายภาพยนตร์เกี่ยวกับแมวของคุณ และไม่มีการใส่เพลงประกอบ
- คุณได้สร้างเพลงต้นฉบับด้วยตนเองและไม่ได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงใดๆ ไว้
ขณะที่ “ตัวอย่างของเนื้อหาที่อาจไม่มีสิทธิ์ในการสร้างรายได้” เช่น
- วิดีโอของคุณมีเพลงที่ซื้อมาจาก iTunes หรือมีเนื้อหาที่คุณดึงมาจากโทรทัศน์
- คุณแก้ไขเรียบเรียงเนื้อหาที่สร้างโดยบุคคลอื่น
- เนื้อหาที่มีความรุนแรงและ/หรือภาพเปลือยที่เจตนาให้เกิดความตระหนกและรังเกียจ
อย่างไรก็ตาม ปวินท์ บอกว่า ถ้าเป็น Cover เพลงที่มีลิขสิทธิ์ ที่เขาบรรเลงด้วยเปียโน จะได้รับส่วนแบ่งรายได้เพียง 1 ใน 3 ของส่วนแบ่งค่าโฆษณาทั้งหมด เพราะส่วนที่เหลือจะเป็นรายได้ของเจ้าของลิขสิทธิ์
อย่าคิดโกงเพื่อเพิ่มรายได้
“ด้านมืด” คงจะมีอยู่ในทุกวงการ ซึ่ง ปวินท์ เล่าว่า มีบางคนพยายามจะโกง เพื่อให้ได้รายได้มากขึ้น เพื่อให้มีคนคลิกเข้าไปที่โฆษณา โดยใช้เล่ห์เหลี่ยมและวิธีการต่างๆ แต่ในที่สุดก็ไม่สามารถรอดสายตาฝ่ายตรวจสอบของ YouTube ไปได้
“บางคนคิดจะรวยทางลัด คิดจะหาแต่เงิน ปลาเน่าตัวเดียวจะเหม็นไปทั้งข้อง และอาจจะทำให้ YouTube ประเทศไทย ยกเลิกการแบ่งรายได้ให้กับคลิปวิดีโอในไทยก็ได้” ปวินท์ ฝากไว้สำหรับคนที่คิดจะหารายได้ด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง







