สงฆ์พิสดาร

  • วันที่ 23 ก.พ. 2558 เวลา 17:45 น.

โดย...อสนีบาต

"สงฆ์ใดรักษาไว้ซึ่งศีลจารวัตร ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย สงฆ์นั้นช่างน่าศรัทธากราบไหว้"

แต่โลกคงเปลี่ยนไปแล้ว เพราะยุคนี้เรากลับได้เห็น "สงฆ์ใดแปลงหลักธรรมสร้างความพิสดารพันลึกสงฆ์นั้นก็ยังมีผู้ศรัทธากราบไหว้" 

กาลเวลาผ่านมาจากธุดงค์ธรรมโปรยกลีบกุหลาบกลางเมืองหลวงแม้สร้างสุขให้ผู้ทำบุญอย่างเข้าถึง แต่อีกมุมของคนเดินดินกินข้าวแกงกลับต้องทุกข์บนท้องถนนอันแสนติดขัด

เรียกได้ว่าวิพากษ์ไม่จบสิ้นกับพิธีกรรม "สุขของผู้ให้ทุกข์ของผู้ไม่เกี่ยวข้อง" จนแยกไม่ออกใครถูกใครผิด

พัฒนามาสู่เรื่องมติมหาเถรสมาคมรับรองธัมมชโยไม่ต้องปาราชิกเพราะคืนทรัพย์สินให้วัดธรรมกายไปนานแล้ว 

ทั้งที่พระลิขิตสมเด็จพระสังฆราชชี้ชัดต้องปาราชิกอีกทั้งมหาเถรสมาคมยุคนั้นเคยมีมติรับรองพระลิขิต นั่นหมายความว่ามติมหาเถรสมาคมขัดกันเอง

มิพักกล่าวถึงปมผลประโยชน์ทับซ้อนในบรรดามหาเถรสมาคมซึ่งเป็นอีกประเด็นในหมู่ฆราวาสวิจารณ์สงฆ์

จากคำว่าพุทธพาณิชย์ดูไม่งดงามแล้ว ยังต้องมาเจอคำว่าพุทธพิสดารยิ่งทำให้ผู้มีสติต้องตรึกตรองให้จงหนักเรากำลังอยู่บนโลกแบบไหน

โลกของการปล่อยให้พุทธพิสดารยึดครองโลกแห่งธรรมวินัยอันเคร่งครัดกระนั้นหรือ

การสร้างศาสนอัครสถานที่ดูไม่ใช่วัดวาอารามแต่ออกไปในลักษณะจานบินต่างดาวยิ่งชวนฉงนสงสัยนี่คือการสานต่อบวรพระพุทธศาสนาหรือขยายอาณาจักรแห่งลัทธิใหม่กันแน่

ตรงนี้กระมังทำให้ผู้แสวงหาความแปลกใหม่ถ่ายเททรัพย์สินมหาศาลไปทำนุบำรุง

อัครศาสนสถานที่เปิดประตูรับหมด ทั้งทรัพย์บริสุทธิ์  ทรัพย์ไม่บริสุทธิ์ หรือแม้แต่เป็นที่พักทางใจและที่พักทางการเงิน

จึงเกิดปรากฎการณ์นักบริหารองค์กรดูแลเงินประชาชน  ยังบริจาคเงินระดับหลายร้อยล้านชนิดที่พุทธศาสนิกชนเข้าวัดทั่วไปยังไม่สามารถกระทำได้  แม้แต่นิตยสารฟอร์บคงต้องหาเวลามาเก็บข้อมูลกันบ้างแล้ว  รวยอะไรกันนักหนาแถมใจบุญบริจาคกันวันละหลายๆครั้ง ยิ่งกว่ามหาเศรษฐีโลกเสียด้วยซ้ำ 

สำหรับคนปกติรู้สึกได้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นว่ามันไม่ปกติ  แต่สำหรับคนปกติที่มีตำแหน่งหน้าที่ดูแลควบคุมสิ่งพิสดารพันลึกกลับมองเป็นเรื่องปกติ เพราะความไม่ปกติถูกเมินเฉยกลายเป็นเรื่องปกติทำให้เกิดการแผ่ขยายสร้างเครือข่ายนักบุญแบบใหม่

ศิษยานุศิษย์ที่มาจากนักธุรกิจ นักการเมืองสีเทา ข้าราชการสีหม่น กลายเป็นเกราะกำบังอันเข้มแข็งทำให้ไม่มีใครกล้าเจาะทะลวงไปสู่การปฏิรูปอะไรได้เลย

ปล่อยให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ไทยแลนด์เช่นนี้