ล่มตั้งแต่เริ่ม

  • วันที่ 19 ก.พ. 2558 เวลา 08:55 น.

โดย...เจษฎา จี้สละ

หลังเกิดกระแสเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทว่านายกฯ กลับส่ายหน้าไม่รับข้อเสนอ กระทั่งกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อประเด็นที่ว่า “การเจรจา” จะนำพาประเทศไปสู่ทางออกได้จริงหรือไม่

ย้อนเหตุการณ์ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา “การเจรจา” ถูกใช้เป็นเครื่องมือหาทางออกของสังคมหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตการณ์การเมือง ปี 53 ที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกฯ ขณะนั้นร่วมโต๊ะเจรจากับแกนนำเสื้อแดง แต่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ จนเหตุการณ์บานปลายกลายเป็นการนองเลือด

นอกจากนั้น ยังมีความพยายามของเหล่าขาใหญ่ในวงการเมืองที่เคยเสนอตัวเป็น “โซ่ข้อกลาง” ผสานความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มผู้ชุมนุม อาทิ บรรหาร ศิลปอาชา-สุวัจน์ ลิปตพัลลภ-สนั่น ขจรประศาสน์ ผู้อาสายุติความขัดแย้ง แต่สุดท้าย “การเจรจา” ก็ล้มเหลว

กระทั่ง “การเจรจา” ครั้งล่าสุด ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ สมัยเป็นผู้บัญชาการกองทัพบกนั่งเป็นตัวกลางระหว่าง 7 ฝ่าย ณ สโมสรกองทัพบก ประกอบด้วย รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ นปช.และ กปปส. ซึ่งประเดิมด้วยการประกาศกฎอัยการศึก แล้วจบด้วยการ “รัฐประหาร”

“เจรจา” จึงกลายเป็นวาทกรรมคั่นเวลา เพราะ “ผู้มีอำนาจ” มัว “เจรจา” ทว่าไม่เคยแก้ปัญหาที่รากเหง้า โดยเฉพาะปมการเมืองที่สืบเนื่องจาก “ความเหลื่อมล้ำ” ในการเข้าถึงทรัพยากรการกระจายรายได้ที่อยู่ในกำมือของคนไม่กี่กลุ่ม รวมถึงความคับข้องใจในการบังคับใช้กฎหมายแบบ “2 มาตรฐาน”

ฉะนั้น จึงทุบโต๊ะเลยว่า หากคิดจะ “เจรจา” เพื่อจบปัญหาของบ้านเมืองจะกลายเป็นเรื่องที่ล่มตั้งแต่เริ่ม เพราะแก่นแท้ของปัญหาไม่สามารถแก้ไขด้วย “การเจรจา”

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ