หยุดกันได้แล้ว

วันที่ 21 ม.ค. 2558 เวลา 08:29 น.
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

ไปๆ มาๆ การถอดถอนนักการเมือง จะถูกบิดกลายเป็นเรื่องที่จับต้นชนปลายไม่ถูกกันเสียแล้ว

เพราะประเด็นทั้งหมดจะถูกลากโยงไปสู่ปัญหาอื่นๆ

ไม่ว่าจะเป็นการอ้างว่าตกเป็นเหยื่อทางการเมืองบ้าง

ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ ไม่เป็นธรรมบ้าง

สารพัดเรื่องราวที่ยกขึ้นมาเพื่อสร้างกระแส ความขัดแย้งให้เกิดขึ้น

ทำไมไม่ลองดูสิว่า การถอดถอนเกิดขึ้นจากสิ่งใด ถ้าไม่ใช่การใช้อำนาจทางการเมืองโดยไม่ชอบ

ช่วง 2-3 ปีก่อน บ้านเมืองเคยอยู่ภายใต้ระบบการเมืองที่ใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ ไม่คำนึงถึงความถูกผิด ใช้อำนาจที่ได้มาจากประชาชน ผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้ไขกฎหมายนิรโทษกรรม ชนิดที่ไม่คำนึงถึงกฎกติกาใดๆ ทั้งสิ้น

และทั้งหมดนำไปสู่เงื่อนปม ความขัดแย้ง เป็นวิกฤตของบ้านเมือง

นอกจากนั้น เมื่ออำนาจการเมืองเข้ามาบริหารประเทศก็ผลักดันนโยบายจำนำข้าวที่สร้างความเสียหายอย่างมหาศาล ผลการขาดทุนกว่า 6 แสนล้านบาท ทิ้งข้าวค้างสต๊อกถึง 17.8 ล้านตัน ที่ต้องเร่ขายราคาต่ำไว้ให้ดูต่างหน้า

หนี้สินจากโครงการรับจำนำข้าว ต้องมีการออกพันธบัตรมาชดใช้ ต้องรอรุ่นลูกรุ่นหลานถึงจะใช้กันได้หมด

ชาวนาถูกยกนำมาอ้างว่าเป็นผู้ได้ประโยชน์จากโครงการรับจำนำข้าว แต่แท้ที่จริงแล้ว ชาวนาได้ประโยชน์แค่ส่วนน้อย

ประโยชน์ส่วนใหญ่อยู่ที่โรงสีเข้าร่วมโครงการ พ่อค้าส่งออกที่เข้าร่วมขบวนการขายข้าวรัฐบาล

เป็นการโกง ทุจริตกันขนาดใหญ่ ครบวงจร เบ็ดเสร็จ ตั้งแต่ต้นน้ำระดับไร่นา ถึงกลางน้ำที่เป็นโรงสี โกดังฝากเก็บ จนถึงปลายน้ำที่เป็นการส่งออก

เหล่านี้คือข้อเท็จจริงที่เกิดมาโดยตลอด จำเป็นต้องทำความจริงให้ปรากฏ ต้องหาคนรับผิดชอบออกมาให้ได้

ทั้งหมดไม่ใช่ความรัก ความชังส่วนตัว แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับชาวนาที่เป็นเกษตรกรส่วนใหญ่ เกี่ยวกับข้าวที่เป็นสินค้าหลักของประเทศ เกี่ยวกับงบประมาณแผ่นดินที่ต้องชดใช้ผลการขาดทุน และเกี่ยวกับมาตรฐานการเมือง มาตรฐานจริยธรรมในสังคม

อย่าบิดเบือน บิดประเด็น พาเข้ารกเข้าพงกันอีกเลย

ที่ทำมามันสร้างความเสียหายมากเกินพอแล้ว

ใจคอจะไม่สำนึกกันบ้างเลยเหรอ