
ล้างบางผิด ม.112
กำลังเป็นคำถามที่ส่งต่อไปยังรัฐบาล ถึงความเอาจริงเอาจังในการนำตัวผู้กระทำความผิดในคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง มาตรา 112 กลับมาลงโทษในไทย
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
กำลังเป็นคำถามที่ส่งต่อไปยังรัฐบาล ถึงความเอาจริงเอาจังในการนำตัวผู้กระทำความผิดในคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูง มาตรา 112 กลับมาลงโทษในไทย
เพราะล่าสุด เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา บนโลกโซเชียลมีเดียได้มีการเผยแพร่ข่าว เอกภพ เหลือรา หรือ “ตั้ง อาชีวะ”ผู้ต้องหาในคดีตาม ป.อาญา มาตรา 112 ได้เดินทางไปยังนิวซีแลนด์พร้อมถ่ายรูปโชว์พาสปอร์ตคู่กับแฟนสาว โดยรายงานข่าวระบุว่า เอกภพกลายเป็นพลเมืองประเทศดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
ทำให้คิดถึงคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ประกาศเสียงดังฟังชัด เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา ณ ทำเนียบรัฐบาล
จะดำเนินการติดตามตัวผู้กระทำผิดในเรื่องลักษณะดังกล่าวมาลงโทษตามกฎหมายไทยให้ได้ ทว่าเรื่องนี้กลับเป็นการตบหน้ารัฐบาลฉาดใหญ่แบบเต็มๆ มือ
เพราะนอกจากหลบหนีได้แล้ว ยังระบุถึงเส้นทางรวมทั้งแผนและยุทธวิธีเอาตัวรอดจากการตามล่าของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.
ฟังดูเผินๆ แล้ว ประดุจดั่งภาพยนตร์สายลับอย่างไงอย่างงั้น แต่ถือเป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องออกมาชี้แจงแถลงไขให้คลายข้อสงสัยในเรื่องนี้
แม้การจับกุมผู้หลบหนีไปต่างประเทศจะไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากจะใช้ความสัมพันธ์อันดีต่อกันแล้ว ยังมีเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง
แม้เหตุผลโดยรวมเกิดจากหลายปัจจัยเป็นองค์ประกอบ แต่ก็ถึงเวลาที่รัฐบาลควรเร่งดำเนินการจับกุม เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทย เพราะหากปล่อยไว้นอกจากจะส่งผลต่อตัวรัฐบาลแล้ว ทุบโต๊ะ...อีกเลยว่า สิ่งที่คนไทยเคารพเทิดทูนคงหลีกไม่พ้นได้รับผลกระทบตามไปด้วย







