
แม่น้ำสีเลือด
การขับเคลื่อนประเทศโดยกลไกแม่น้ำ 5 สายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทำท่าว่าจะมีคลื่นลมไม่ราบเรียบ
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
การขับเคลื่อนประเทศโดยกลไกแม่น้ำ 5 สายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทำท่าว่าจะมีคลื่นลมไม่ราบเรียบ
แม่น้ำทั้ง 5 สายดังกล่าว ประกอบด้วย สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (คยร.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
แต่การทำงานของแม่น้ำ 5 สาย เกิดสภาพอิหลักอิเหลื่อให้เห็น
ตัวอย่างชัดเจนคือข้อเสนอคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สปช. ที่จะมีถึงคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เกี่ยวกับการให้เลือกนายกฯ โดยตรง
แล้วคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องทำตามหรือไม่
ถ้าต้องทำตาม จะมีกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไว้ทำไม เพราะมีมาแล้วก็ไม่ต้องคิด เพียงฟังคนอื่นก็พอ
แต่หากไม่ทำตาม แล้วจะตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีกรรมาธิการมากมาย เสนอแนวทางที่เหมือนจุดไฟกลางนครทำไมอีก
นอกจากนั้นประเด็นการเลือกตั้งนายกฯ โดยตรงยังจะมีการเสนอเข้าที่ประชุม สปช.ชุดใหญ่ เพื่อพิจารณาอีกด้วย
ถ้า สปช.ชุดใหญ่ไม่เห็นด้วย ก็ตกไป แต่หากเห็นด้วยก็เหนื่อยหนัก
เพราะอย่าลืมว่าเมื่อร่างรัฐธรรมนูญเขียนเสร็จสิ้นแล้ว ก็ต้องเสนอเข้า สปช. เพื่อให้ความเห็นชอบ
มันจะเกิดสภาพอย่างไร หากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่เอาด้วยกับเรื่องนี้ แต่ สปช.ชุดใหญ่จะเอาด้วย
โครงสร้างแม่น้ำ 5 สายที่เป็นอยู่จึงทับซ้อนกันไปมา บางอย่างกลายเป็นส่วนขาด บางอย่างกลายเป็นส่วนเกิน
ทั้งหมดเกิดจากเมื่อมีอำนาจแล้วจะทำอะไรก็ไม่ทำ แต่ไปวาดหัววาดหางจนวุ่นวาย
ยิ่งโดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ไม่มีชาติไหนจะไปฟังเสียงข้างมาก หรือเอาเสียงส่วนใหญ่มาตบแต่งหน้าตา เพราะไม่ใช่การแห่ผ้าป่าที่จะเอาผ้าขนหนู เอากิ่งไม้ เอาอะไรมาเสียบก็ได้
แต่การยกร่างรัฐธรรมนูญต้องเอาผู้ที่มีความรู้ แตกฉานวิชากฎหมายมหาชน เข้าใจอย่างเพียงพอมาจัดการ แก้ปัญหาเผด็จการโดยทุนของระบบการเมือง ที่เกิดจากการผลักดันของนักการเมือง ทุนการเมือง และบรรดานักวิชาการที่มโนคติแตกซ่าน หรือบางพวกต้องการแสวงหาประโยชน์ อำนาจทางการเมือง
อะไรที่แค่คิดก็ผิดแล้ว ก็หยุดไว้เถิด
ไม่งั้นแม่น้ำ 5 สาย จะกลายเป็นต้นกำเนิดแม่น้ำสีเลือดแน่ๆ







