
เอาจริงสักที
เสียงทวงถามถึงความเอาจริงเอาจังต่อนโยบายปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดังขึ้นมาเรื่อยๆ
โดย...เลอลักษณ์ จันทร์เทพ
เสียงทวงถามถึงความเอาจริงเอาจังต่อนโยบายปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดังขึ้นมาเรื่อยๆ
แม้แต่ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง อย่าง “อานันท์ ปันยารชุน” อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงกับระบายความอึดอัดใจต่อความตั้งใจการทำงานของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ภายในงาน “สนทนา 30 ปี ทีดีอาร์ไอ : สังคมเศรษฐกิจไทย : ความท้าทายและการปฏิรูป”
อดีตนายกรัฐมนตรี อานันท์ กล่าวตอนหนึ่งว่า “มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ผมอึดอัดใจ ผมชักเริ่มไม่ค่อยแน่ใจว่า ความพยายามที่จะดูแลปัญหาคอร์รัปชั่นจริงใจแค่ไหน และจะทำหรือเปล่า เพราะข่าวลือมันมากเหลือเกิน”
เมื่ออานันท์พูดขนาดนี้แล้ว ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องคงต้องเงี่ยหูฟังให้ดี และนำข้อมูลที่ได้ไปขยายต่อยอด โดยเฉพาะผู้รับผิดชอบหลัก “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี เพราะเชื่อว่าถ้าทะเลไม่มีลม ก็ย่อมไม่มีคลื่น แต่เมื่อคลื่นลูกใหญ่มาขนาดนี้คงต้องหาทิศทางลมกันให้ดีว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ก่อนที่พายุจะซัดเอาทุกอย่างพังราบ
ไม่แปลกที่นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้เร่งแต่งตั้ง “คณะกรรมการตรวจสอบทุจริต” ขึ้นมาอีกคณะ นอกเหนือจากคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ซึ่งคณะทำงานดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นเหมือน “ซูเปอร์บอร์ด” โดยมี “บิ๊กตู่” นั่งหัวโต๊ะเร่งรัดตรวจสอบบรรดาข้อกล่าวหาการทุจริตในวงการต่างๆ
เมื่อปรับทัพปราบโกงเช่นนี้แล้ว ทุบโต๊ะเลยว่านายกฯ ต้องการแสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจัง ซึ่งถ้าหากซูเปอร์บอร์ดสร้างผลงานเป็นชิ้นเป็นอันลบคำครหาได้ก็ดีไป แต่ถ้ามานั่งเองแล้วยังทำอะไรไม่ได้ เอาแต่พูดว่า “ถ้ามีหลักฐานก็ส่งมา” การปรับทัพปราบทุจริตครั้งนี้ก็ไม่มีความหมาย







