
ไม้แข็งไม่ได้ผล
จากเหตุการณ์ที่นายทหารกลุ่มหนึ่งเข้าพบผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เพื่อขอไม่ให้เผยแพร่รายการ “เสียงประชาชนที่ต้องฟังก่อนปฏิรูป”
โดย...เลอลักษณ์ จันทร์เทพ
จากเหตุการณ์ที่นายทหารกลุ่มหนึ่งเข้าพบผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เพื่อขอไม่ให้เผยแพร่รายการ “เสียงประชาชนที่ต้องฟังก่อนปฏิรูป” ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สังคมรู้สึกอึดอัด จนกลายเป็นแรงกดที่ดันเอาความร้อนสูงที่พวยพุ่งออกมา ด้วยการแสดงออกในรูปแบบต่างๆ เช่น กลุ่มนักศึกษาใจกล้า ชูสัญลักษณ์ 3 นิ้วต่อหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต่อด้วยการจัดกิจกรรมแสดงสัญลักษณ์ต่อต้านการรัฐประหาร โดยอาศัยภาพยนตร์เรื่อง The Hunger Games เป็นเครื่องมือ และการโพสต์ข้อความต้าน คสช.-อัยการศึก บนดอยเชียงดาว
จริงอยู่ว่าเหตุการณ์เหล่านี้ยังไม่กระตุกต่อมอารมณ์ของ “บิ๊กตู่” ได้มากพอ มิหนำซ้ำยังบอกด้วยว่า “ไม่โกรธและรับได้” นั่นแสดงให้เห็นถึงความใจกว้างได้พอสมควร แต่ในทางปฏิบัติจริงจะเป็นอย่างเช่นนั้นหรือไม่ เพราะหัวขบวนฝ่ายความมั่นคง ทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ. ออกโรงเตือนว่าไม่เหมาะสม และสั่งให้
เจ้าหน้าที่จับตาดูความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่ารัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงมีอำนาจทางกฎหมายสำหรับการควบคุมสถานการณ์พิเศษอยู่พอสมควร เนื่องจากยังไม่มีการยกเลิกการใช้กฎอัยการศึก เพียงแต่ในทางปฏิบัติรัฐบาลและ คสช.ยังไม่ได้ใช้ไม้แข็งเพื่อแก้ไขปัญหา
อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตเกิดการใช้กฎหมายแบบเข้มข้นเพื่อเป็นเกราะคุ้มกันให้กับรัฐบาล อาจเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ เพราะขอทุบโต๊ะดังๆ ไว้ว่าตราบใดที่ คสช.หรือรัฐบาลไม่สามารถสร้างเกราะป้องกันเสริมใยเหล็กที่สร้างด้วยผลงานให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าสามารถพาชาติหลุดพ้นจากความขัดแย้ง รวมทั้งมีชีวิตอยู่ดีกินดีแล้วละก็ คสช.และรัฐบาลอาจจะเจอแรงเหวี่ยงบูเมอแรงภาคประชาชนแบบนี้ไปเรื่อยๆ และจะส่งผลเสียให้รัฐบาลในที่สุด







