
อย่าละเลย
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
นโยบายที่กำลังท้าทายรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มากสุดเห็นจะเป็นการต่อต้านคอร์รัปชั่น
สิ่งที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา ก็คือ การส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาล และการป้องกันปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบในภาครัฐ
แต่ทว่าผลการปฏิบัติกลับกลายเป็นคำถามตัวโตๆ
นับตั้งแต่เรื่องการจัดซื้อไมค์ทองคำเป็นต้นมาก็มีหลายปัญหาประเดประดัง
และเรื่องใหญ่ที่ประชาชนเฝ้าดู ก็คือ การสะสางปัญหาจากนโยบายจำนำข้าว
ช่วงรัฐบาลก่อน นโยบายจำนำข้าวเกวียนละ 15,000 บาท ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาล และเมื่อมีการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงอำนาจทางการเมือง ประชาชนก็ต้องการความกระจ่าง
แต่ทว่ากระบวนการดำเนินงานกลับดูเหมือนจะล่าช้า เต็มไปด้วยอุปสรรคนานัปการ
ไม่ว่าจะเป็นการปิดบัญชีข้าว การดำเนินคดีทางการเมือง การแสวงหาข้อเท็จจริงที่เกี่ยวเนื่อง ฯลฯ
ทั้งหมดจึงถือเป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาล และคณะทหารที่ต้องเร่งทำความจริงให้ปรากฏ
ล่าสุดยิ่งมีผลสำรวจของนิด้าโพล ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำหน้าที่สำคัญดังกล่าว
ผลสำรวจของนิด้าโพลชี้ชัดประชาชนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ต่างเชื่อว่าโครงการรับจำนำข้าวสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้น
กลุ่มตัวอย่าง 40.05% เชื่อว่าโครงการฯ มีมูลค่าความเสียหายมากกว่า 7 แสนล้านบาท รองลงมา 35.2% เชื่อว่ามีมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 57 แสนล้านบาท
ในแง่การดำเนินการกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง กลุ่มตัวอย่าง 61.15% ระบุว่า ควรหาผู้รับผิดชอบทั้งทางการเมือง เช่น การดำเนินการถอดถอนจากตำแหน่งทางการเมือง รวมถึงการดำเนินคดีอาญา ส่งฟ้องศาลบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือข้าราชการ
และเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อความเชื่อมั่นในหน่วยงานต่างๆ ปรากฏว่าเกินครึ่งคือ 54.20% เชื่อมั่นในการดำเนินงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
ส่วนอัยการสูงสุด กลุ่มตัวอย่างเชื่อมั่นแค่ 20.62%
สำหรับรัฐบาลและ คสช.ได้รับความเชื่อมั่นน้อยสุด คือแค่ 4.32% เท่านั้น
ทั้งหมดจึงเป็นสิ่งท้าทายความสง่างามของรัฐบาล และท้าทายความเป็นผู้นำของ พล.อ.ประยุทธ์ โดยตรง
โปรดเร่งคืนความสุขให้คนไทยทั้งชาติ
ประชาชนกำลังรอคอยด้วยใจระทึก







