
พึ่งของนอก
เชื่อว่าคุณผู้อ่านคอลัมน์ “จับทวนสวนกระแส” ทั้งขาจรและประจำ คงเห็นข่าวสะเทือนขวัญหดหู่ใจ
โดย...สลาตัน
เชื่อว่าคุณผู้อ่านคอลัมน์ “จับทวนสวนกระแส” ทั้งขาจรและประจำ คงเห็นข่าวสะเทือนขวัญหดหู่ใจ ในคดีที่คนร้าย ฆ่าโหดนายเดวิด วิลเลียม มิลเลอร์ อายุ 24 ปี และ น.ส.ฮานนาห์ วิกตอเรีย วิทเธอร์ริดจ์ อายุ 24 ปี สองนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวชาวอังกฤษ ที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ได้สร้างร่องรอยความเสียหายแก่ภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างสาหัส เพราะไม่เพียงสื่อไทยนำเสนอข่าว แต่ยังมีสื่อต่างชาตินำเรื่องราวดังกล่าวไปตีแผ่ออกไปทั่วโลกอีกด้วย
งานนี้กระทรวงไหนที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวคงต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส (เอิ๊กๆ) หรือเร่งทำมาตรการกู้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยกลับคืนอย่างเร่งด่วน ไหนๆ ก็มีรัฐบาลลายพรางแล้ว อิอิ
ตำรวจยังควานหาตัวโจรใจเหี้ยมอย่างต่อเนื่อง แม้เกือบจะมีข่าวดีหลังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้ตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอผู้ต้องสงสัยชาวพม่า 6 คน และเพื่อนชายของผู้เสียชีวิต 1 คน แต่ผลการตรวจกลับทำให้คดีหยุดชะงักลงทันที!!! เมื่อไม่พบว่าผู้ต้องสงสัยดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ ทำให้ตำรวจต้องกุมขมับเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด
ล่าสุด มีข่าวว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เตรียมประสาน Federal Bureau of Investigation หรือ FBI แปลเป็นไทยคือ สำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในกองราชการของสหรัฐอเมริกา โดยเน้นดูแลปัญหาอาชญากรรมระหว่างประเทศ การก่อการร้าย คดียาเสพติด และการฟอกเงิน เพื่อให้เข้ามาช่วยคลี่คลายคดีฆ่าสองชาวต่างชาติที่เกาะเต่า นับว่าเป็นการขอความร่วมมือที่ยิ่งใหญ่มาก!!!
แต่ “สลาตัน” ตงิดใจเหลือเกิ๊น!! ทำไมตำรวจไทยต้องประสาน FBI มองอีกมุมนับว่าเป็นเรื่องดีที่ตำรวจใส่ใจพยายามเร่งตามจับคนร้ายให้ได้ กลับกันประเทศไทยขาดแคลนองค์ความรู้ด้านหลักนิติวิทยาศาสตร์ขนาดนั้นเชียวหรือ??? ทั้งที่มีการอบรมสอนหลักสูตรนิติวิทยาศาสตร์เหล่านี้ให้คนไทยได้ศึกษาและเรียนยันต่างแดนมานับไม่ถ้วน ดันต้องพึ่งพาของนอก
ส่วนตัวเชื่อว่าคดีนี้ตำรวจไทยตามจับคนร้ายได้แน่ เพราะหลายคดีในอดีตที่ผ่านมา บางคดีวัตถุพยานหลักฐานแทบไม่มี พี่ตำรวจไทยยังลากคอคนร้ายมาอยู่ในรั้วสายบัว (คุก) ได้ จริงไหมท่านตำหนวด เอ้ย ตำรวจ อิอิ
สาเหตุทำไมตำรวจไทยจึงเลือกพึ่งพาของนอก “เครื่องไม้เครื่องมือในการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลของไทยยังทำได้แค่แยกเพศชายหญิง แต่ไม่สามารถตรวจได้ว่าเป็นคนเชื้อชาติใด เป็นชาวเอเชียหรือยุโรป ทำให้ทางเจ้าหน้าที่อาจจะต้องประสานเอฟบีไอ เพื่อขอความร่วมมือในการใช้เครื่องมือช่วยตรวจอีกทาง” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง กล่าวไว้เช่นนั้น
“สลาตัน” อยากเสนอให้คุณตำรวจลองประสานศูนย์บริหารวัตถุพยาน สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม นำโดย พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ที่ไขคดีมานับไม่ถ้วนทั้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ หรือคดีฆาตกรรม
ที่สำคัญ หน่วยงานนี้มีประสิทธิภาพทัดเทียมและทันสมัยในระดับสากลนะ อย่ามองข้าม!!!







