posttoday
พึ่งของนอก

พึ่งของนอก

22 กันยายน 2557

เชื่อว่าคุณผู้อ่านคอลัมน์ “จับทวนสวนกระแส” ทั้งขาจรและประจำ คงเห็นข่าวสะเทือนขวัญหดหู่ใจ

โดย...สลาตัน

เชื่อว่าคุณผู้อ่านคอลัมน์ “จับทวนสวนกระแส” ทั้งขาจรและประจำ คงเห็นข่าวสะเทือนขวัญหดหู่ใจ ในคดีที่คนร้าย ฆ่าโหดนายเดวิด วิลเลียม มิลเลอร์ อายุ 24 ปี และ น.ส.ฮานนาห์ วิกตอเรีย วิทเธอร์ริดจ์ อายุ 24 ปี สองนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวชาวอังกฤษ ที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ได้สร้างร่องรอยความเสียหายแก่ภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างสาหัส เพราะไม่เพียงสื่อไทยนำเสนอข่าว แต่ยังมีสื่อต่างชาตินำเรื่องราวดังกล่าวไปตีแผ่ออกไปทั่วโลกอีกด้วย

งานนี้กระทรวงไหนที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวคงต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส (เอิ๊กๆ) หรือเร่งทำมาตรการกู้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยกลับคืนอย่างเร่งด่วน ไหนๆ ก็มีรัฐบาลลายพรางแล้ว อิอิ

ตำรวจยังควานหาตัวโจรใจเหี้ยมอย่างต่อเนื่อง แม้เกือบจะมีข่าวดีหลังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ได้ตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอผู้ต้องสงสัยชาวพม่า 6 คน และเพื่อนชายของผู้เสียชีวิต 1 คน แต่ผลการตรวจกลับทำให้คดีหยุดชะงักลงทันที!!! เมื่อไม่พบว่าผู้ต้องสงสัยดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ ทำให้ตำรวจต้องกุมขมับเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด

ล่าสุด มีข่าวว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เตรียมประสาน Federal Bureau of Investigation หรือ FBI แปลเป็นไทยคือ สำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหนึ่งในกองราชการของสหรัฐอเมริกา โดยเน้นดูแลปัญหาอาชญากรรมระหว่างประเทศ การก่อการร้าย คดียาเสพติด และการฟอกเงิน เพื่อให้เข้ามาช่วยคลี่คลายคดีฆ่าสองชาวต่างชาติที่เกาะเต่า นับว่าเป็นการขอความร่วมมือที่ยิ่งใหญ่มาก!!!

แต่ “สลาตัน” ตงิดใจเหลือเกิ๊น!! ทำไมตำรวจไทยต้องประสาน FBI มองอีกมุมนับว่าเป็นเรื่องดีที่ตำรวจใส่ใจพยายามเร่งตามจับคนร้ายให้ได้ กลับกันประเทศไทยขาดแคลนองค์ความรู้ด้านหลักนิติวิทยาศาสตร์ขนาดนั้นเชียวหรือ??? ทั้งที่มีการอบรมสอนหลักสูตรนิติวิทยาศาสตร์เหล่านี้ให้คนไทยได้ศึกษาและเรียนยันต่างแดนมานับไม่ถ้วน ดันต้องพึ่งพาของนอก

ส่วนตัวเชื่อว่าคดีนี้ตำรวจไทยตามจับคนร้ายได้แน่ เพราะหลายคดีในอดีตที่ผ่านมา บางคดีวัตถุพยานหลักฐานแทบไม่มี พี่ตำรวจไทยยังลากคอคนร้ายมาอยู่ในรั้วสายบัว (คุก) ได้ จริงไหมท่านตำหนวด เอ้ย ตำรวจ อิอิ

สาเหตุทำไมตำรวจไทยจึงเลือกพึ่งพาของนอก “เครื่องไม้เครื่องมือในการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลของไทยยังทำได้แค่แยกเพศชายหญิง แต่ไม่สามารถตรวจได้ว่าเป็นคนเชื้อชาติใด เป็นชาวเอเชียหรือยุโรป ทำให้ทางเจ้าหน้าที่อาจจะต้องประสานเอฟบีไอ เพื่อขอความร่วมมือในการใช้เครื่องมือช่วยตรวจอีกทาง” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง กล่าวไว้เช่นนั้น

“สลาตัน” อยากเสนอให้คุณตำรวจลองประสานศูนย์บริหารวัตถุพยาน สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม นำโดย พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ที่ไขคดีมานับไม่ถ้วนทั้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ หรือคดีฆาตกรรม

ที่สำคัญ หน่วยงานนี้มีประสิทธิภาพทัดเทียมและทันสมัยในระดับสากลนะ อย่ามองข้าม!!!

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก