
ไม่ได้ความ
เห็นแล้วเหนื่อยใจจริงๆ กับการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.)
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เห็นแล้วเหนื่อยใจจริงๆ กับการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ครั้งล่าสุด นัยว่าเป็นการแสดงฝีมือคืนความสุข ด้วยฝีมือ คสช.ก่อนที่จะมี ครม.ชุดใหม่
มติสำคัญก็คือการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซิน เพื่อให้ราคาขายปลีกปรับตัวลดต่ำลง ขณะที่ขึ้นภาษีน้ำมันดีเซล เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบมากนักจากการลดภาษีน้ำมันเบนซิน
วิธีเช่นนี้บอกตรงๆ ว่าไม่ได้เรื่อง
เพราะลองไล่เรียงดูได้ ใครมีความสุขบ้างจากการปรับภาษีที่เกิดขึ้น
กลุ่มแรกก็คือผู้ที่เติมน้ำมันเบนซิน 95 ที่ราคาขายปลีกลดลงทันที 3.89 บาท/ลิตร
รถยนต์ที่เติมเบนซินเกรดพิเศษ ส่วนใหญ่ก็คือรถยนต์ราคาแพง รถที่มีเครื่องขนาดใหญ่ เป็นกลุ่มคนมีเงินแทบทั้งสิ้น
กลุ่มที่ 2 ที่มีความสุขคือผู้เติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ทั้งหมด รวมถึงกลุ่มอี 10 อี 20 และอี 85 ส่วนใหญ่คือผู้ที่มีรถยนต์ส่วนตัว โดยที่ได้แถมความสุขไปด้วยก็คือผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์
แต่กลุ่มที่ไม่ได้คืนความสุข ในทางกลับกันต้องจ่ายเงินเพิ่มคือผู้เติมน้ำมันดีเซลที่มีการปรับขึ้นภาษีน้ำมันดีเซล
ใครล่ะที่เติมน้ำมันดีเซล
แน่นอนมีรถยนต์ราคาแพง มีรถส่วนตัว แต่กลุ่มใหญ่ที่ใช้ดีเซลคือเกษตรกร ชาวไร่ชาวนา ผู้ทำมาค้าขาย ขับรถกระบะ ฯลฯ
การขึ้นภาษีน้ำมันดีเซล และไปลดราคาน้ำมันเบนซิน โดยเฉพาะเบนซิน 95 ก็ไม่ต่างอะไรจากปฏิบัติการ เอาเนื้อหนูปะเนื้อช้าง
หรือเอาเงินในกระเป๋าที่คนที่จนกว่า ไปช่วยคนที่ร่ำรวยกว่า
วิธีการคืนความสุขเช่นนี้ต้องถามว่าคิดดีแล้วเหรอ
หากพิจารณากันถี่ถ้วนแล้ว ก็เป็นที่หวาดเสียวอย่างมาก เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเป็น
แล้วต่อไปจะเชื่อได้อย่างไรกับนโยบายลดความเหลื่อมล้ำในสังคม จะกระทำได้ตามที่พูด มันมิลงเอยเหมือนกับการลดราคาน้ำมันที่ทำเป็นตัวอย่างนะหรือที่ดันเอาเงินคนที่ด้อยกว่าไปช่วยเหลือคนร่ำรวย
ก่อนหน้านั้นก็วุ่นวายไปแล้วกับปัญหายางพาราที่จู่ๆ ไปขายยางในสต๊อก จนราคาในประเทศถูกกดจนต่ำติดดิน ถัดมาล่าสุดเป็นเรื่องน้ำมันอีก
ทหารคิด ทหารทำ ตามแบบฉบับฉับไว ไม่ต้องไปหาหมอดูที่ไหนก็ทายได้เลยว่า ต่อไปลำบากแน่
เห็นตัวอย่างอยู่แล้วทั้งเรื่องยาง ทั้งการปรับโครงสร้างภาษีน้ำมัน
กลับหัว กลับหาง กลับทิศ กลับทาง ไม่ได้ความเอาเสียเลย







