
อุ้มอีกวัน
คุยกันต่อเรื่อง “อุ้มบุญ” อีกสักวัน หลังจากยกรักแร้เชียร์คุณตำรวจขอให้สามารถค้นหาคำตอบ กระชากหน้ากากขบวนการปั๊มเด็กขายในเชิงอุตสาหกรรม
โดย...สันทัด กรณี
คุยกันต่อเรื่อง “อุ้มบุญ” อีกสักวัน หลังจากยกรักแร้เชียร์คุณตำรวจขอให้สามารถค้นหาคำตอบ กระชากหน้ากากขบวนการปั๊มเด็กขายในเชิงอุตสาหกรรม
แปลกครับ วันนี้ข่าวความคืบหน้าในการไขปริศนาอุตสาหกรรมผสมไข่กับน้ำเชื้อเพื่อให้กลายเป็นเด็ก เงียบหาย เงียบชนิดเงียบผิดปกติ มีเพียงเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขไปแจ้งความกับตำรวจเพื่อเอาผิดกับคลินิกรับทำอุ้มบุญในเชิงพาณิชย์
ไล่ไปไล่มา เอาะอ๋อ เห็นความลางๆ ไขความแปลกใจ
ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกครับ เขาคนนั้นนั่นเอง
คุณพี่บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ท่านไปแสดงความไม่สบอารมณ์ในการประชุม คสช. โดยเห็นชอบร่างกฎหมายหลายฉบับ รวมทั้งเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. .. (ซึ่งก็คือกฎหมายอุ้มบุญ) จากนั้นจะมีการเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นผู้พิจารณาต่อ
อ่านดูเฉยๆ ก็ไม่มีอะไร มาได้ความจากทีมงานโฆษก คสช. ท่านออกมาแถลงว่า คุณพี่บิ๊กตู่ในฐานะหัวหน้า คสช. พูดในที่ประชุม แสดงความไม่พึงพอใจต่อการนำเสนอข่าวอุ้มบุญ
เหตุผลของคุณพี่บิ๊กตู่ คือ การนำเสนอข่าวอุ้มบุญของสื่อมวลชนที่ผ่านมา อาจจะเป็นการมุ่งนำเสนอการอุ้มบุญที่จะทำให้ประเทศไทยถูกมองว่าเป็นศูนย์กลางการทำอุ้มบุญในลักษณะเชิงพาณิชย์ หรือการค้ามนุษย์มากขึ้น อาจจะสร้างความเสียหายให้กับประเทศมากขึ้น ทั้งนี้หากมองเรื่องการอุ้มบุญในแง่บวกก็เป็นวิทยาการความก้าวหน้า โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยการเจริญพันธุ์ให้กับพ่อแม่ที่ประสงค์ที่จะมีบุตร จึงอยากให้สื่อนำเสนอเรื่องของอุ้มบุญในแง่ที่เกิดประโยชน์กับสังคมให้มากขึ้น
ข้างบนนี้ คุณปถมาภรณ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ทีมโฆษก คสช. ฝ่ายพลเรือน เป็นผู้แถลงแจ้งความในใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ให้สื่อมวลชน...เอ่อ...ได้ตระหนัก
โถๆๆๆ การอุ้มบุญ เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีคุณูปการ ช่วยให้ครอบครัวชีวิตคู่สามารถมีบุตรเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ ประการนี้ไม่มีใครกล้าเถียงหรอกครับ เพราะมันเป็นเช่นนี้จริงๆ
ปัญหามาอยู่ที่มีการสุมหัวของคนที่มีความเป็นมนุษย์เหลือน้อย ร่วมมือกันตั้งแต่แพทย์ ลูกจ้างหญิง ชายเจ้าของเชื้อ และนายทุน ร่วมมือกันผลิตทารกในเชิงอุตสาหกรรม ขบวนการอย่างนี้ต้องเร่งจัดการครับ พอกันทีเถิดครับ กับแนวคิดถ้าเราไม่พูด เขาก็ไม่รู้น่ะ
ติ๊งต่าง...ในบัดเดี๋ยวนี้ สื่อทุกสื่อขานรับหยุดการนำเสนอข่าวขบวนการอุ้มบุญในฉับพลัน ท่านว่าจะเกิดผลประการใดต่อประเทศ...
สาหัสครับ...ประเด็นปัญหาที่ฝรั่งหัวแดงตีโพยตีพายที่ไทยปกครองด้วยคณะรัฐประหารจะกลับมาอยู่บนปากชาวโลกอีกครั้ง การนำเสนอข่าวเพื่อตีแผ่และนำไปสู่การจัดการขบวนการอุตสาหกรรมปั๊มเด็กขายให้สิ้นซากนี่แหละครับ จะเกิดประโยชน์มากที่สุด
เชื่อกระพ้มเหอะ







