
ทำไปได้
เป็นเรื่องแปลก และน่าเหนื่อยใจเป็นอย่างมาก
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เป็นเรื่องแปลก และน่าเหนื่อยใจเป็นอย่างมาก
เมื่อ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ออกแถลงการณ์ให้ทุกประเทศทั่วโลกรับทราบถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะ และมีประชาชนกว่า 20 ล้านเสียงถูกละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน
การดำเนินการทั้งหมดยกเหตุผลว่า เพื่อให้สังคมโลกเฝ้าจับตามองประเทศไทยหากมีขบวนการที่ไม่เป็นประชาธิปไตย รวมถึงขอให้ความเป็นธรรมกับคนที่ไปเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ดังกล่าวสุรพงษ์ยืนยันไม่ได้เป็นการนำต่างชาติเข้ามาแทรกแซง แต่เป็นการนำข้อเท็จจริงให้สังคมโลกได้เข้าใจ
นี่แหละ เป็นเรื่องน่าแปลก
ถึงแม้ไม่ได้ต้องการให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซง แต่มันคล้ายกับการประจานประเทศตัวเองจริงๆ
กระทรวงการต่างประเทศยุคใดสมัยใดเคยทำอย่างนี้บ้าง
การเคลื่อนไหวของสุรพงษ์สอดคล้องกับท่าทีของกลุ่มที่คัดค้านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาตลอด โดยเฉพาะการกล่าวอ้างว่า จำนวนองค์คณะศาลรัฐธรรมนูญที่มีแค่ 9 คน กลับชนะคน 20 ล้านคน
แต่วิธีการเปรียบเทียบโดยเอาจำนวนคนในเชิงปริมาณมาเทียบกับจำนวนตุลาการที่ใช้หลักกฎหมาย มันไม่มั่วไปหน่อยหรือ
หากจะทำก็ต้องเอาจำนวนคนที่มีสิทธิเลือกตั้งมาเทียบกันถึงจะถูก
เพราะการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. มีผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศแค่ 46.8% หรือคิดเป็นคนไปออกเสียง 20 ล้านคนเท่านั้น
ขณะที่ผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือ No Vote ถึง 53.2%
ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่สนับสนุนการเลือกตั้ง
ซ้ำร้าย 20 ล้านคนที่ไปเลือกตั้ง มีบัตรดีอยู่แค่ 14.4 ล้านใบ ที่เหลือเป็นการ Vote No ไม่เลือกใครเลย และอีกเกือบ 3 ล้านใบ เป็นบัตรเสียหรือจงใจทำให้เป็นบัตรเสีย
นั่นยิ่งเป็นการย้ำชัด ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เอาด้วยกับการเลือกตั้ง โดยแสดงออกในรูปแบบต่างๆ ทั้ง No Vote ไม่ไปเลือกตั้ง กาบัตรเสีย และ Vote No ไม่เลือกใคร แม้จะมีการหักตัวเลขคนไม่มาใช้สิทธิตามปกติ หักความคลาดเคลื่อนอื่นๆ ออกไปแล้ว
นี่ คือมติมหาชนที่ผ่านการเลือกตั้ง แต่กลับไม่พูด ไม่ยกขึ้นมาเทียบเคียง ใช้เพียงข้อมูลบางด้านทำแถลงการณ์ ทำราวกับจงใจพูดความจริงไม่ครบถ้วนออกเผยแพร่ จนก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่ายๆ
บ้านเมืองที่วุ่นวายก็เพราะอย่างนี้แหละ
สำนึก สติ สตัง ยังดีอยู่หรือเปล่าหนอ







