
อย่าใจร้อน
ขอยกนิ้วให้ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ตัดสินใจลงนามเงินกู้ 2 หมื่นล้านบาท จ่ายค่าข้าวให้ชาวนา ที่เอาข้าวมาจำนำก่อนการยุบสภา
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ขอยกนิ้วให้ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ตัดสินใจลงนามเงินกู้ 2 หมื่นล้านบาท จ่ายค่าข้าวให้ชาวนา ที่เอาข้าวมาจำนำก่อนการยุบสภา
ต้องถือว่าใจถึง ใจช้างจริงๆ เนื่องจากเป็นการรับผิดชอบเป็นการส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับตำแหน่ง จะอยู่ต่อหรือไม่อยู่ ก็ต้องรับผิดชอบทุกบาท ทุกสตางค์
ต่อไปก็ต้องนับวันรอ ถึงสิ้น พ.ค. จะขายข้าวเอาเงินมาใช้หนี้ทันหรือไม่ ถ้าทันก็ใจเย็นไป ถ้าไม่ทันก็ต้องไปอธิบายกับคณะกรรมการเลือกตั้ง หรือ กกต.กันยาว
เรียกว่า เงินค่าข้าวหมดปัญหาไปเปลาะ
แต่ที่เหลืออีกเปลาะใหญ่คือค่าข้าวที่ค้างชาวนาอีก 1 แสนล้านบาท นี่แหละ
หนี้สินที่ว่า ค้างมาจากการจำนำข้าวหลังการยุบสภา
ความจริงแล้ว หนี้ดังกล่าวได้รับการอนุมัติให้ออกพันธบัตรเตรียมไว้เพื่อจ่ายค่าข้าวล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนยุบสภา โดยมีการตั้งเพดานการก่อหนี้เอาไว้ด้วย แต่กลับไม่ทำกันเอาไว้
ที่สำคัญ ยังดันเอาเพดานการก่อหนี้ค่าข้าว โยกไปใช้สำหรับ การก่อสร้างในโครงการเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เสียอีก
จากนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตาผลักดันร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท โดยหนี้ชาวนาค่อยว่ากันทีหลัง
แต่ทั้งหมดต้องผิดคาดเมื่อมีการยุบสภา และกลายเป็นทางตัน เนื่องจากช่วงยุบสภาจะไปสร้างหนี้สินเพิ่มเติมไม่ได้
แม้จะมีการลดวงเงินก่อสร้างโครงการ 2 ล้านล้านบาท เพื่อหวังจะหาเงินมาจ่ายหนี้ให้ชาวนา แต่ก็ทำไม่ได้อีก ในสภาพรัฐบาลรักษาการ
และที่น่าเจ็บกระดองใจก็คือ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ยังคว่ำไม่เป็นท่าไปเรียบร้อย
เท่ากับเพดานเงินกู้ที่กันเอาไว้ ก็กลายเป็นของเสียเปล่า หนี้ค่าข้าวก็ไม่มีปัญญาจ่าย
ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการที่อยู่ในสภาพเมาหมัด
หรืออธิบายให้ชัดก็คือมั่วมากๆ เมื่อเจอปัญหาเลยมึนไม่หาย
เพราะค่าข้าวที่ค้างไว้ถ้าออกพันธบัตรตั้งแต่แรก ปัญหาก็ยุติไปแล้ว แต่จะเอาไปก่อสร้าง เลยกลายเป็นเงื่อนตายแกะไม่ออก
หรือการยุบสภา ก็ไม่มีการตรวจสอบให้ชัดเจนว่าภาระที่รัฐบาลมีอยู่ จำเป็นต้องกระทำมีอะไรบ้าง เป็นการยุบสภาที่ฉุกละหุกอย่างเห็นได้ชัด
สุดท้ายก็เลยตกอยู่ในสภาพทำไปคิดไปเหมือนมือใหม่หัดขับ แถมยังอาจซื้อใบขับขี่เสียอีก
ทั้งหมด คงทำได้อย่างเดียวก็คือการนั่งทำใจ อย่าใจร้อน
รอไปสักวันมะม่วงก็หล่นลงมาเองแหละ







