
สถิติโลก
ใครเจอกับมวลมหาประชาชนก็เห็นทีต้องเหนื่อยหนักเนื่องจากจำนวนของประชาชนที่ออกมาเดินบนถนน สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่การเมืองไทย
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ใครเจอกับมวลมหาประชาชนก็เห็นทีต้องเหนื่อยหนักเนื่องจากจำนวนของประชาชนที่ออกมาเดินบนถนน สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่การเมืองไทย
เผลอๆ อาจทำลายหรือติดสถิติโลกเสียด้วยซ้ำ
กปปส.แถลงว่าตัวเลขผู้ชุมนุมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาทั้งที่เวทีราชดำเนิน และ 5 เวทีใหญ่ทั่ว กทม. เมื่อเวลา 18.00 น. มีจำนวนทั้งสิ้น 6 ล้านคน
ยอดตัวเลขผู้ชุมนุม ใช้หลักวิชาการมาคิด โดยมี ขวัญสรวง อติโพธิ ผู้เชี่ยวชาญด้านผังเมืองเป็นผู้คำนวณ
การคำนวณแบ่งเป็นที่เวทีราชดำเนิน มีพื้นที่รวม 2.2 แสนตารางเมตร เมื่อรวมถึงบริเวณฟุตปาทและข้างทาง มีประชาชนมาร่วมราว 4.8 ล้านคน ส่วนอีก 5 เวทีหลักมีประชาชน ราว 1.1 ล้านคน โดยใช้หลักคิดแบบเดียวกัน
นี่แหละ จะกี่ล้านก็แล้วแต่ ทว่าความจริงแท้ก็คือมหาประชาชนทะลุหลายล้านคนแน่นอน
ไม่ใช่หลักหมื่นเศษๆ เหมือนที่มั่ว โมเมขึ้นมาจากหน่วยงานรัฐ
และรวมไปถึงสำนักข่าวต่างประเทศเคยรายงานข้อมูลจำนวนผู้ชุมนุมครั้งก่อนๆ โดยไปเอาข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐ และมาลอกเผยแพร่ ก๊อบปี้กันไป ก๊อบปี้กันมา
พอมาคราวนี้เงียบกริบ ไม่ยอมเอ่ยปาก หลังจากมีหลักคิด วิธีการทางวิทยาศาสตร์มายืนยัน
และการประเมินตัวเลขที่บิดเบือน ยังเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้ประสบความพ่ายแพ้มาตลอด
นับตั้งแต่เริ่มแรกที่ผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม มีการรายงานข้อมูล ผู้คัดค้านมีจำนวนไม่มาก และได้รับการว่าจ้างมา
สุดท้ายเมื่อตั้งเวทีสามเสน ขยายวงมายังราชดำเนิน ทุกอย่างก็เอาไม่อยู่
สิ่งที่พยายามทำก็คือการกดตัวเลขผู้ชุมนุมเอาไว้ต่ำๆ เพื่อหวังผลเชิงข่าวและจิตวิทยา
แต่ยิ่งบิดเบือนเท่าไร คนก็ยิ่งออกมามากขึ้น ด้วยความไม่พอใจที่ความจริงถูกบิดเบี้ยว เป็นการดูแคลนพลังประชาชน
ทั้งหมดยิ่งทำให้เกิดการประเมินสถานการณ์ผิดพลาด
ระหว่างแสน กับล้านต่างกันลิบลับ
แสนคน เท่ากับ สองแสนมือ สองแสนเท้า แต่ล้านคน จะมีสองล้านมือ สองล้านเท้า
ที่สำคัญยังมีคนอีกมหาศาลที่แม้ไม่ออกมาแต่ก็ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่
ความพ่ายแพ้จึงก่อตัวจากข้อมูลอันเป็นเท็จ
มันไม่ต่างจากคนบ้าบอดใบ้ มองอะไรไม่ออก
และไม่รู้เลยกำลังเจออะไรอยู่







