
เขมรไม่น่ากลัว
เพลินๆ กับการนั่งชมการประชุมรัฐสภา พิจารณาญัตติที่รัฐบาลขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ กรณีคดีปราสาทพระวิหารหลังจากศาลโลกมีคำวินิจฉัย
โดย...สันทัด กรณี
เพลินๆ กับการนั่งชมการประชุมรัฐสภา พิจารณาญัตติที่รัฐบาลขอเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ กรณีคดีปราสาทพระวิหารหลังจากศาลโลกมีคำวินิจฉัย
เพลินแบบนั่งดูหนังที่เพิ่งขึ้นไตเติล ยังไม่เริ่มเข้าเนื้อหา เหตุจากผมติดตามความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ในปัญหาอธิปไตยเหนือดินแดนพื้นที่พระวิหารมานาน และถ้าไล่ย้อนหลังจะเห็นความผิดพลาดในนโยบายของรัฐบาลไทยในอดีตหลายชุดเกี่ยวกับพื้นที่นี้
ขอไม่ยกว่าเป็นรัฐบาลไหนก็แล้วกัน เดิมนั้นพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหาร คนไทยเข้าไปเปิดร้านค้าขายกันเต็มไปหมด โดยมีพ่อค้าชาวเขมรมาตั้งร้านค้า เช่นกัน แต่ไม่มากเท่าคนไทย จนต่อมามีการประกาศพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ในปี 2541
คนไทยที่ไปทำการค้าในพื้นที่ต้องออกไป รวมทั้งพวกตั้งแผงตั้งร้านริมถนน บันไดทางขึ้นสู่ปราสาท ซึ่งเป็นพื้นที่อุทยานก็ต้องออกไป ช่วงนั้นก็เป็นเรื่องเป็นราวกันอยู่นานระหว่างพ่อค้าแม่ค้า ชาวบ้าน กับเจ้าหน้าที่
เมื่อคนไทยออกมาจากพื้นที่หันไปดูทางกัมพูชา กลับกันครับชาวกัมพูชาทยอยเข้ามาปักหลักถือครอง โดยเฉพาะในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร รอบๆ บริเวณปราสาทด้านตะวันตกและเหนือจรดแนวเส้นเขตแดนตามแผนที่ของฝรั่งเศส มีการสร้างบ้านเรือน ตัดถนน สร้างวัด สร้างโรงเรียน ฯลฯ
รัฐบาลหลายยุคสมัยปล่อยปละละเลยขนาดนั้น กว่าจะรู้สึกตัวมาตื่นเอาราวๆ ปี 2550 พอตื่นขึ้นมาบอกให้กัมพูชาอพยพออกไป ทางนั้นก็อ้างว่าเป็นดินแดนของเขา ขณะที่เราถือแผนที่อีกฉบับยืนยันว่าเป็นดินแดนในอธิปไตยของเรา
พอปี 2551 ทหารทั้งสองฝ่ายก็เริ่มปะทะกัน ขณะที่ทางการกัมพูชาก็ดอดไปให้ยูเนสโกขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก โดยความร่วมมือของคนไทยขายชาติ ซึ่งต่อมาศาลปกครองไทยกระโดดมาขวางคนไทยขายชาติ ทำให้กัมพูชากระทำการไม่สำเร็จปี 2552 จึงรบกันเละ และรบกันหนักๆ ในปี 2554
ครับ...ยกเรื่องนี้มาคุยเพื่อเป็นภาพพื้นที่ 4.6 ตร.กม. ทำไมถูกเรียกว่าพื้นที่พิพาท หรือพื้นที่ทับซ้อน
กัมพูชาร้องต่อศาลโลกอ้างสิทธิเหนือพื้นที่กินภูมะเขือ แต่ศาลบอกว่าไม่เกี่ยวภูมะเขือ ไม่ต้องมาพูดเรื่อง 4.6 ตร.กม. ศาลรับรองอธิปไตยเขมรเฉพาะปราสาทกับพื้นที่รอบตัวปราสาทบนเขา ว่าต้องมีพื้นที่มากกว่าที่ไทยไปล้อมรั้วไว้ ต้องมีทางเข้าด้านที่ราบเป็นของกัมพูชา พื้นที่จะเป็นเท่าไรให้สองประเทศไปคุยกัน โดยที่ศาลวางกรอบคร่าวๆ ในแต่ละด้านไว้
คำว่าพื้นที่พิพาท หรือพื้นที่ทับซ้อน ย่อมชัดอยู่แล้วว่าต่างคนต่างอ้างสิทธิ เมื่อศาลโลกว่ามาอย่างนี้ หมายความว่า เสียดินแดนแน่นอน ในมุมมองของไทย ไทยก็เสีย ในมุมมองของเขมร เขมรก็เสีย
สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ไทยจะเสียเท่าไร
ที่น่ากลัวคือเรื่องให้สองประเทศไปคุยกัน ขอเรียนครับผมไม่ได้กลัวรัฐบาลเขมร ที่กลัวน่ะกลัวรัฐบาลไทยซึ่งมีคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีครับ
ทำไมกลัว ขอต่อพรุ่งนี้ มาตรา 190 และอื่นๆ ครับ







