
อุตสาหกรรมท่องเที่ยวโตแรงสวนเศรษฐกิจ
โดย...จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส
โดย...จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หรือนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ก็ว่าได้ที่เศรษฐกิจในบ้านเราดูจะมีแรงส่งที่ชะลอลงมากกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ในทุกด้านเป็นวงกว้าง ทั้งการบริโภค การลงทุน และส่งออก แต่ภาคท่องเที่ยวกลับยังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งสวนกระแสเศรษฐกิจ แม้ว่าหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะเป็นหุ้นขนาดกลางถึงขนาดเล็ก และมักเป็นหุ้นที่ถูกละเลยเพราะมีมูลค่าตลาด (Market Capitalization) รวมกันไม่ถึง 1% ของตลาดโดยรวม แต่อันที่จริงแล้วยังมี “หุ้นคุณค่า” หลายตัวที่น่าสนใจ และในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นก็สามารถเอาชนะตลาดได้
จำนวนนักท่องเที่ยวเดือน ส.ค. ยังเติบโตในอัตราเร่งทั้งที่เป็น Low Season
กรมการท่องเที่ยวประกาศตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยมีจำนวน 2.5 ล้านคน ในเดือน ส.ค. เติบโตสูงถึง 28% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน และเป็นตัวเลขรายเดือนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ต้องถือว่าเป็นตัวเลขที่ดีมากเพราะช่วงเดือน เม.ย.-ต.ค. เป็นช่วง Low Season ของจำนวนนักท่องเที่ยวที่มักเข้ามาน้อยกว่าช่วงอื่น แต่ตัวเลขดังกล่าวกลับสูงกว่าในช่วง High Season เสียอีก และทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 17.4 ล้านคน เพิ่มขึ้น 21% จาก 8 เดือนแรกของปีก่อน และคิดเป็น 66% ของเป้าทั้งปีนี้ที่เราคาดไว้จำนวน 26.5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 19% จากปีก่อน ซึ่งคาดว่าน่าจะทำได้ไม่ยาก
การเติบโตหลักยังคงมาจาก East Asia โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวจีน
กลุ่ม East Asia ยังคงมีการเติบโตที่โดดเด่นโดยช่วง 8 เดือนแรก มีการเติบโตสูงถึง 32% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็นสัดส่วน 60% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่เดินทางเข้ามา โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มีการเติบโตถึง 88% จาก 8 เดือนแรกของปีก่อน และคิดเป็นสัดส่วน 18% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด
Hotel Operator ได้รับประโยชน์เต็มที่จากหลายปัจจัย
เรามองว่ากลุ่มท่องเที่ยวจะได้รับประโยชน์จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เติบโตในอัตราเร่งในปีนี้ รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 รวมถึงกระแสการที่ภาครัฐจะปรับลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าฟุ่มเฟือย เพื่อทำให้ไทยกลายเป็น Shopping Paradise จะเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางเข้ามามากขึ้นและส่งผลบวกธุรกิจโรงแรม ซึ่งสามารถชดเชยในส่วนของธุรกิจอาหารที่ชะลอตัวลงตามการบริโภคในประเทศได้
หุ้นเด่นในกลุ่มท่องเที่ยวยังคงเป็น MINT นอกนั้นเรายังชอบ AOT และ NOK
FSS Research ยังคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มท่องเที่ยว Overweight จากแนวโน้มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยที่ยังคงเร่งตัวขึ้นสวนทางกับเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยคาดการณ์กำไรปกติของกลุ่มท่องเที่ยวจะเติบโตถึง 23% ในปีนี้ และ 17% ในปีหน้า เราเลือก MINT เป็น Top Pick (MINT ถูกตลาดจัดอยู่ในกลุ่ม Food เนื่องจากรายได้กว่า 50% มาจากธุรกิจอาหาร แต่หากมองจากกำไรแล้ว ธุรกิจโรงแรมและอาหารทำกำไรให้บริษัทได้ในสัดส่วนที่|ใกล้เคียงกัน เราจึงนำมารวมในกลุ่มท่องเที่ยวด้วย) เพราะมีส่วนต่างจากราคาพื้นฐานที่ 30 บาทมากกว่า CENTEL และ ERW ขณะที่ ERW น่าจะยังคงขาดทุนในไตรมาส 3 นอกจากนี้ หุ้นตัวอื่นที่|เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เรายังชอบ AOT (ราคาพื้นฐาน 202 บาท) เพราะได้รับประโยชน์โดยตรงจากจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง
ส่วนกลุ่มสายการบินเราชอบธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำมากกว่า THAI โดยเราเลือก NOK เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำ แม้ว่า AAV จะมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นชาวจีนมากกว่า NOK และ AAV ก็เพิ่มเที่ยวบินจีนด้วย (กลุ่มลูกค้าของ AAV ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยว ส่วน NOK ส่วนใหญ่จะเน้นคนทำงาน นักศึกษา) แต่ได้สะท้อนมาที่กำไรจากการดำเนินงานหลักในปีนี้ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 53% และปีหน้าเติบโตอีก 30% แล้ว แต่การเติบโตดังกล่าวคาดว่าจะต่ำกว่า NOK ที่ FSS Research คาดว่าจะเติบโตถึง 77% ในปีนี้และ 35% ในปีหน้า ซึ่งทำให้ PE ของ NOK ถูกกว่าคืออยู่ที่ 11 เท่าในปีนี้ เทียบกับ AAV ที่อยู่ที่ 17 เท่า







