
เชื่อใคร
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ แถลงปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2556
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ แถลงปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2556 ลงเหลือเติบโต 3.84.3% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่เติบโต 4.2-5.2%
สาเหตุเนื่องจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้า แผนการลงทุนภาครัฐล่าช้ากว่าที่คาด รวมทั้งความขัดแย้งและเสถียรภาพการเมืองในประเทศ
นอกจากนั้น ยังปรับลดเป้าส่งออกปีนี้เหลือโต 5% จากเดิมที่ 7.6% ขณะที่การนำเข้าคาดว่าจะเติบโต 6.5% จากเดิมที่ 7.6%
เงินเฟ้อในปีนี้ปรับลดเป้าเหลือ 2.3-2.8% จากเดิมที่โต 2.3-3.3%
ส่วนการลงทุนรวมจะขยายตัว 6% จากเดิม 7.9% ส่วนการบริโภครวมโตแค่ 2.6% จากเดิม 3.2%
การแถลงของสภาพัฒน์ เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า เศรษฐกิจท้ายปีเหนื่อยหนัก
เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ 4 เครื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายของรัฐ การส่งออก การลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายของประชาชน ต่างเครื่องยนต์สะดุดพร้อมๆ กัน
ทั้งหมดสอดรับการที่ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ออกบทวิเคราะห์ถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยว่า อาจสะดุด เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลหมดลง รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ยังอยู่ในช่วงชะลอตัว
แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ ก่อนหน้านี้ไม่นานนัก สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เพิ่งออกมาแถลง จะปรับตัวเลขเศรษฐกิจเสียใหม่ ทว่าเป็นการปรับขึ้น ไม่ใช่ปรับลง
เหตุผลที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง จะปรับเป้าหมายเศรษฐกิจใหม่ เกิดขึ้นภายหลังจากที่รัฐบาลออกมาตรการ 4 ด้าน อาทิ การใช้จ่ายภาครัฐ เร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี มาตรการด้านการส่งออก อาทิ ให้ขยายตลาดไปประเทศเพื่อนบ้าน ฯลฯ
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเหล่านี้จะทำให้รัฐบาลเก็บรายได้ตามเป้า ฐานะการเงินการคลังของประเทศแข็งแรง และมีเสถียรภาพสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนเพิ่มขึ้น
เดิมสำนักงานเศรษฐกิจการคลังประเมินว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้แค่ 4-4.5% แต่เมื่อรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาใหม่จะทำให้ขยายตัว 5-5.5% ประมาณนั้น
นี่แหละ มหัศจรรย์ด้านเศรษฐกิจที่หน่วยงานภาครัฐ ฝ่ายหนึ่งบอกลด ฝ่ายหนึ่งบอกขึ้น
เรียกได้ว่ามาตรฐานดีกันเหลือเกิน







