
ฆ่าชิงทรัพย์พิสดาร
เหตุไฉน โทรศัพท์ของ "บอลมือขับ" เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับไม่ยักนำมาเฉลย บอลติดต่อกับใคร อย่างไร ทำไมไม่พูดถึง
โดย...อสนีบาต
แม้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ออกมาชิงกระแสความสนใจของสังคมในคดีสังหารเอกยุทธ อัญชันบุตร ไม่เกี่ยวกับการเมืองแน่นอน
แม้พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบชน. ออกมาย้ำแล้วย้ำอีก คดีดังกล่าวเป็นการฆ่าชิงทรัพย์
แต่อีกด้าน ก็มีความเคลือบแคลงระแวงสงสัยในการเร่งรีบปิดคดี เพราะหลายประเด็นยังไม่ได้ทำความกระจ่าง
จริงอยู่จากการรวบตัวผู้ต้องหาให้การสารภาพมุ่งประสงค์ต่อทรัพย์เอกยุทธ แต่ผู้ต้องหาโดยเฉพาะ”นายบอล” คนขับรถที่รับใช้เอกยุทธนาน 7 เดือน ดูจะถนัดสร้างเรื่องสลับไปสลับมาพาเข้ารกเข้าพง
ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยเส้นทางรับตัวเอกยุทธไปส่งขึ้นรถเก๋งอีกคันเพื่อเดินทางไปพม่า แต่พลิกคำให้การว่าร่วมกับเพื่อนปลิดชีวิตเอกยุทธโดยนำไปฝังที่พัทลุง หรือการซัดทอดไปที่นายเบิ้มเพื่อนอีกคน เป็นผู้ใช้เชือกรองเท้า รัดคอเอกยุทธจนหมดลมหายใจ แต่ต่อมานายเบิ้มกลับปฏิเสธบอกว่านายบอลนั่นแหละเป็นผู้ลงมือสังหารเอกยุทธ
เด็กหนุ่มที่มีคดีอุกฉกรรจ์มาตั้งแต่อายุ 15 ปี ปล้น ชิงทรัพย์ จะเป็นเพราะประสบการณ์โชกโชนเช่นนี้หรือไม่ที่นำไปสู่การวางแผนสังหารโหดอย่างแยบยล ทำให้ต้องสร้างเรื่องวกไปวนมาชวนให้สับสน
แม้แต่ ความช่ำชองด้วยการถอดเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดภายในบ้านพักเอกยุทธเพื่อต้องการปกปิดภาพความเคลื่อนไหวของชบวนการมีมากกว่านี้หรือไม่
หรือก่อนฝังร่างเอกยุทธต้องถอดเสื้อผ้าทุกชิ้น ดูจะคลับคล้ายคลับคลาขบวนการที่รับการฝึกฝนมาอย่างดีต่อการอุ้มคนดังทางการเมือง หมายประจานสังคมให้ขนพองสยองเกล้าว่าใครก็ตามที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามท้ารบอำนาจรัฐ จะมีสภาพไม่ต่างกับกรณีนี้
ผลงานการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในคดีสังหารโหด ทิ้งศพ คดีดังๆในอดีต มักจะได้ยินการแถลงของเจ้าหน้าที่ ว่ามีการสืบจากเบอร์โทรศัพท์ของผู้ต้องหาโทรหาใครบ้าง แต่เหตุไฉน โทรศัพท์ของ "บอลมือขับ" เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับไม่ยักนำมาเฉลย บอลติดต่อกับใคร อย่างไร ทำไมไม่พูดถึงโทรศัพท์ของเจ้าบอล หรือแม้แต่โทรศัพท์เอกยุทธหายไปไหน หรือแค่บอกว่าผู้ต้องหาเอาไปขายเยาวราชแล้วก็จบกัน ดูช่างแตกต่างกับผลงานการสืบสวนสอบคดีสำคัญที่ผ่านมาเหลือเกิน
อีกอย่างก็น่างุนงงอยู่เหมือนกัน ในเมื่อบอกว่าเป็นคดีฆ่าชิงทรัพย์ แล้วทรัพย์สินในตัวเอกยุทธ อาทิ สร้อยคอทองคำ พระหลวงปู่ทวด นาฬิกาโรเล็กซ์ รวมกันแล้วน่าจะทะลุหลักล้าน ทำไมผู้ต้องหาอ้างว่าเอาไปทิ้งซะงั้น นี่มันการเป็นฆ่าชิงทรัพย์ประเภทไหน???
…อสนีบาต… อาจคิดมากเกินไปก็ได้ ทั้งๆที่เป็นเรื่องการฆ่าชิงทรัพย์เพื่อต้องการนำเงินไปจ่ายหนี้พนันบอล
อย่างไรก็ตาม อาการคิดมากว่าน่าจะมีอะไรมากกว่านั้นดูจะไม่ต่างกับมุมมองความเห็นหลายต่อหลายคนในสังคมที่คิดว่าไม่ใช่แค่ฆ่าชิงทรัพย์ธรรมดา
จริงอยู่ที่คนในรัฐบาลพยายามชี้ว่าเอกยุทธตายน้ำตื้น เลี้ยงคนขับรถไม่ได้ใจ จึงแว้งกลับมาเป็นอสรพิษ แต่เอกยุทธก็มีศัตรูทางการเมืองเยอะเช่นกัน โดยเฉพาะศัตรูเหล่านั้น มาจากคนมีอำนาจรัฐในมือ
เพราะเอกยุทธเป็นคนหนึ่งที่ยืนคนละฝั่งรัฐบาลชัดเจน เป็นคนหนึ่งที่ตรวจสอบพฤติกรรมรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ จนมาถึงรัฐบาลชุดปัจจุบัน
เอาหล่ะ ถ้ามองในภาพของสังคมประชาธิปไตยเหมือนอย่างที่รัฐบาลสร้างฝันประชาธิปไตยอยู่ในขณะนี้ ในกรณีที่ไม่ผูกขาดประชาธิปไตยอยู่กับข้าเพียงผู้เดียวแล้วยัดเยียดให้ฝ่ายอื่นเป็นเผด็จการนะ
นอกจากมีผู้สนับสนุนแล้ว ไม่ดีหรือที่มีผู้คัดค้านเห็นต่างคอยตรวจสอบด้วย แต่กลับกลายเป็นว่า ผู้คัดค้านเห็นต่างสาวไส้พฤติกรรมโสมมของผู้มีอำนาจรัฐมากขึ้นเท่าไหร่มักมีจุดจบอันน่าสยดสยองมากขึ้นเท่านั้น
อีกอย่าง เหตุที่สังคมเกิดความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ มันเป็นผลมาจากการออกแบบของผู้มีอำนาจรัฐในอดีต สั่งการหน่วยงานราชการทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ แทนที่จะให้ตำรวจ ปราบปรามอาชญากรรม จับโจรผู้ร้าย แต่กลับสั่งให้ขึ้นแบล็กลิสต์ ดักฟัง ตรวจสอบธุรกรรมแกนนำองค์กรภาคประชาชน คอลัมน์นิสต์ สื่อมวลชน
แม้กระทั่งนโยบายปราบมาเฟียผู้มีอิทธิพลสบช่องเหมารวมไปถึงบุคคลที่มีบทบาทต่อสู้เพื่อความชอบธรรม ต้องถูกกระทำด้วยวิธีการให้คนมีสีทั้งในและนอกราชการกราดยิง อุ้มฆ่าหายสาบสูญ
ด้วยเหตุนี้ไงเล่า จึงไม่อาจสิ้นระแวงสงสัยประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองไปได้







