
หลีกทางให้ดูไบ
เป็นอีกครั้งที่ต้องกินยา “ทัมใจ” รับสภาพการกระทำของรัฐบาลเมื่อคณะกรรมการงานมหกรรมโลก หรือบีไออี
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
เป็นอีกครั้งที่ต้องกินยา “ทัมใจ” รับสภาพการกระทำของรัฐบาลเมื่อคณะกรรมการงานมหกรรมโลก หรือบีไออี ประกาศตัดสิทธิไทยออกจากการเป็นผู้เสนอเป็นเจ้าภาพจัดงานเวิลด์ เอ็กซ์โป ปี2020 (พ.ศ. 2563)
ก่อนหน้านี้ ในช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์เคยเสนอตัวแข่งขันเป็นเจ้าภาพถึงขั้นเลือก จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นสถานที่จัดงาน พร้อมอนุมัติงบประมาณประชาสัมพันธ์หลายร้อยล้านบาท แต่ครั้นเปลี่ยนเป็นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่ได้แสดงถึงความกระตือรือร้นขอรับเป็นเจ้าภาพเวิลด์ เอ็กซ์โป
ตอกย้ำข้อมูลจากบีไออี ระบุว่า “เคยเดินทางมาสำรวจสถานที่จัดงานในประเทศไทยพบว่าเข้าเกณฑ์ทุกด้าน แต่จำเป็นต้องตัดสิทธิประเทศไทยเพราะรัฐบาลไทยไม่ได้ยืนยันให้การสนับสนุน โดยเมื่อวันที่ 19 มี.ค. เลขาธิการบีไออีได้ทำหนังสือถึงรัฐบาลให้ยืนยันการสนับสนุนการจัดงานตามแผนที่เสนอ โดยให้ตอบกลับก่อนวันที่ 5 เม.ย. 2556 แต่รัฐบาลไทยกลับไม่มีจดหมายตอบ บีไออีจึงไม่สามารถเสนอชื่อไทยต่อที่ประชุมใหญ่ได้”
ทำให้เหลือ 4 ประเทศ เข้ารอบสุดท้าย ได้แก่ รัสเซีย ตุรกี ดูไบ และบราซิล
แต่จากคำบอกเล่าของ อรรคพล สรสุชาติ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) เผยว่า ดูไบจะเป็นตัวเต็งเพราะคู่แข่งหลักมีเพียงไทยและดูไบ
กอปรกับข้อมูลที่รู้กันดีจากวงในรัฐบาลเหตุที่ไทยไม่แสดงท่าทีจริงจังเพราะมี “คำขอ” คนทางไกลหลีกทางให้ดูไบเพื่อแสดงถึงความสัมพันธ์อันดีในการให้สถานที่หลบลี้หนีภัย
เป็นเช่นนี้ ทุบโต๊ะ ได้เลย ดูไบมาแรงแซงจัดเวิลด์ เอ็กซ์โป 2020 อย่างแน่นอน ส่วนรัฐบาลไทยก็แค่ผลาญงบประชาสัมพันธ์อันเป็นภาษีประชาชนไปแค่ 150 ล้านบาทเอง







