จุดเปลี่ยน

  • วันที่ 21 พ.ค. 2556 เวลา 08:00 น.

โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

การคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินครั้งใหญ่สุด และเป็นครั้งสำคัญก็คือกรณีโรงไฟฟ้าบ้านกรูด โรงไฟฟ้าบ่อนอก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อกว่า 10 ปีก่อน

เหตุการณ์ครั้งนั้น ส่งผลต่อเนื่องมากมาย เพราะกลุ่มต่อต้านเป็นฝ่ายชนะ ล้มโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสอง โครงการได้สำเร็จ

และถือเป็นชัยชนะครั้งแรกๆ สำหรับการต่อสู้ของชาวบ้านที่มีต่อโรงไฟฟ้าขนาดยักษ์

ทำไมกลุ่มคัดค้านถึงชนะ

เรื่องนี้มีเหตุผลต่างๆ มากมาย ทั้งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผย แต่ทว่าสิ่งที่น่าสังเกตหลายประการจากการคัดค้านโครงการบ่อนอก หินกรูด

ประการแรก – ผู้เล่นในโรงไฟฟ้าเปลี่ยนไป

เดิมทีการก่อสร้างโรงไฟฟ้า เป็นหน้าที่ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แต่ปรากฏว่า รัฐบาลในขณะนั้นมีนโยบายแปรรูป กฟผ. เปิดให้เอกชนเข้ามาลงทุนผลิตไฟฟ้าแทน ภายใต้โครงการผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนอิสระหรือไอพีพี

โรงไฟฟ้าบ่อนอกและหินกรูด ดำเนินการโดยเอกชนเป็นครั้งแรก ต้องเข้ามาเป็นผู้รับมือกับการคัดค้านของประชาชน

ความไม่ชำนาญในด้านมวลชน ความที่ไม่ใช่รัฐ ไม่ใช่ผู้ถืออำนาจตามกฎหมาย การใช้ทุนขับเคลื่อน ฯลฯ ล้วนเป็นเหตุทำให้สถานการณ์เพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการปะทะอย่างรุนแรง การเสียชีวิต

ประการที่ 2 - เงื่อนไขทางกฎหมายเปลี่ยนแปลง

สาเหตุสำคัญมาจากการประกาศใช้รัฐธรรมนูญเมื่อปี 2540 ทำให้สิทธิประชาชนเพิ่มขึ้น รวมถึงมีองค์กรอิสระต่างๆ มากมาย การต่อสู้ของประชาชนจึงไม่ได้อยู่กับกฎหมายเดิมที่เคยเป็นมา

ประการที่ 3 – การคัดค้านโครงการที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กลายเป็นเรื่องระดับสากลและระดับโลก

จุดเปลี่ยนที่สำคัญมาจากแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจของโลกในช่วงที่ผ่านมา ทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างมหาศาล และคิดแบบแยกส่วน จึงทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย จึงเกิดองค์กรต่างๆ ตั้งแต่ระดับชุมชน ระดับประเทศและระดับโลก เคลื่อนไหวสอดประสานกับในโครงการที่มีผลต่อสภาวะแวดล้อม

เงื่อนไขใหม่เหล่านี้นำมาซึ่งพลังสำคัญในการคัดค้านโครงการบ่อนอก หินกรูด จนล้มโครงการได้สำเร็จ

และเป็นชัยชนะที่ยังส่งผลต่อเนื่องถึงปัจจุบันรวมถึงในอนาคต

โรงไฟฟ้าถ่านหินจึงไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ