
15 เล่มต่อปี
ต้องเรียกว่าเป็นเรื่องน่าตกใจมากกว่าน่าภูมิใจ กับรางวัลเชิดชูเกียรติที่ยกให้กรุงเทพฯ เป็น “เมืองหนังสือโลก” ในปีนี้
โดย...ธนพล บางยี่ขัน
ต้องเรียกว่าเป็นเรื่องน่าตกใจมากกว่าน่าภูมิใจ กับรางวัลเชิดชูเกียรติที่ยกให้กรุงเทพฯ เป็น “เมืองหนังสือโลก” ในปีนี้ เพราะด้วยสภาพที่ปรากฏในปัจจุบันไม่เห็นว่าเมืองฟ้าอมรแห่งนี้มีอะไรที่เอื้อให้กับนักอ่านแม้แต่น้อย
แต่นั่นยังไม่น่าตกใจเท่ากับการออกมาตั้งเป้าการอ่านหนังสือ 15 เล่มต่อปี
ต้องเรียกว่าเป็นเป้าหมายชนิดก้าวกระโดด จากเดิมเมื่อไม่กี่ปีก่อนประเทศไทยยังมีสถิติการอ่านอยู่แค่ไม่กี่บรรทัดต่อปี แม้จะเป็นเมืองหลวง แต่กรุงเทพฯ ก็มีสถิติการอ่านอยู่ที่ปีละ 5 เล่ม การจะขยับไป 15 เล่มต่อปี หรือ 3 เท่าตัว จึงไม่น่าจะเป็นเรื่องง่ายนัก
ยิ่งสภาพรอบตัว ณ ปัจจุบัน แทบไม่เห็นการพัฒนาสร้างแรงจูงใจ หรือแม้แต่การอำนวยความสะดวกให้นักอ่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง สถานที่ พื้นที่อ่านหนังสือสาธารณะดีอย่างที่เมืองหลวงอื่นๆ เขามีกัน แม้จะมีเอกชนบางแห่งที่ขยับเข้าร่วมสนับสนุนเปิดจุดให้บริการ แต่ก็ยังมีปริมาณที่น้อยและไม่หลากหลาย เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรทั้งกรุงเทพฯ
ในแง่ของคุณภาพและเนื้อหาของหนังสือ ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ไม่สนับสนุนหรือจูงใจ ให้การอ่านพัฒนาไปอย่างที่ควรจะเป็น จะด้วยเหตุผลเรื่องธุรกิจ การตลาด พฤติกรรมการอ่าน หรืออะไรก็ตามแต่ สุดท้ายก็เป็นปัญหาที่กลายเป็นงูกินหาง และทำให้วงการหนังสือยากจะหลุดพ้นจากหล่มนี้ไปได้เสียที
การมองแต่ผลลัพธ์ด้วยการตั้งเป้าการอ่าน 15 เล่มต่อปี โดยไม่ได้ลงลึกไปในไส้ในและบริบทที่เกี่ยวข้องแล้ว นอกจากจะทำให้ไปไม่ถึงเป้าแล้ว ยังอาจทำลายวงการหนังสือแบบไม่รู้ตัว







