
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและTIPโดดเด่นไตรมาสแรก
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)
โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)
ไตรมาสแรกปี 2556 ที่เพิ่งจบไปหมาดๆ ยังคงเป็นไตรมาสที่ดีมากสำหรับตลาดหุ้นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะญี่ปุ่น สหรัฐ และ TIP (ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์)
สัญญาณเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวออกมาอย่างต่อเนื่อง จากต้นไตรมาส 4 ปี 2555 ขณะที่ความเสี่ยงโดยรวมลดลง โดยเฉพาะเรื่องอียูและปัญหาหน้าผาทางการคลัง ยังผลให้เกิดการปรับพอร์ตลงทุนทั่วโลก โดยลดน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้ และหันไปถือหุ้นมากขึ้น
น่าสังเกตว่ากระแสเงินทุนรอบนี้ไหลเข้าตลาดหุ้นหลัก โดยเฉพาะญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา
มิใช่ตลาดหุ้นอีเมอร์จิง! อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นกลุ่ม TIP ยังโดดเด่นต่อเนื่อง ตรงข้ามกับตลาดหุ้นแถบเอเชียตะวันออกที่ทรงกับทรุด
ดัชนีนิกเกอิให้ผลตอบแทนสูงถึง 19.3% ในไตรมาสแรก และสูงถึง 38.9% หากนับจากสิ้นเดือน ต.ค. 2555 หนุนโดยนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเต็มสูบของรัฐบาลชุดใหม่ที่นำโดยนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ
ความคาดหวังต่อขอบเขต ขนาดของมาตรการ และการเร่งรัดดำเนินการมาตรการคิวอีกดเงินเยนอ่อนยวบถึง 18% เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ ในช่วงเวลาแค่ 5 เดือน นอกจากจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของภาคส่งออก ยังช่วยเติมสภาพคล่องส่วนเกินให้ท่วมตลาดหุ้นเอเชียมากขึ้นไปอีก
ดัชนีดาวโจนส์พุ่ง 11.25% ในไตรมาสแรก ปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะตลาดแรงงานและตลาดที่อยู่อาศัย ทั้งๆ ที่แรงส่งจากการทำงบประมาณขาดดุลแผ่วลงจากปัญหาหน้าผาทางการคลัง
ขณะที่เฟดยืนยันเดินหน้าทำคิวอีผ่านการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเดือนละ 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จนกว่าอัตราการว่างงานจะเหลือต่ำกว่า 6.5% ซึ่งไม่น่าจะได้เห็นตัวเลขนี้ใน 2 ปีข้างหน้า
ตลาดหุ้นยุโรปดีดแรงกว่า 15% ในช่วงครึ่งหลังปี 2555 หลังประธานอีซีบีประกาศพร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระบบการเงินอียู ความคืบหน้าเรื่องการจัดตั้งกองทุนถาวรเพื่อรักษาเสถียรภาพระบบการเงินอียู (ESM) รวมถึงการออกมาตรการ OMT ได้ช่วยลดความเสี่ยงที่อียูจะล่มสลาย
อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจอียูยังคงถดถอยอ่อนๆ และเสี่ยงจะเรื้อรัง ปัญหาในไซปรัสและอิตาลีตอกย้ำความเชื่อนี้ ตลาดหุ้นยุโรปจึงชะลอตัว บวกเพียง 2% ในไตรมาสแรก
ตลาดหุ้นเอเชียตะวันออกเสมอตัวหรือหดตัวเล็กน้อย ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างจีน ญี่ปุ่น และในคาบสมุทรเกาหลี แม้มีสัญญาณเศรษฐกิจจีนฟื้นตัว แต่จีนทยอยออกมาตรการชะลอความร้อนแรงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ตลาดหุ้นจีนที่วิ่งขึ้นมาแรงก่อนหน้านั้นจึงปรับตัวลง 7.6% ในช่วง 6 สัปดาห์สุดท้ายของไตรมาสแรก
ตลาดหุ้น TIP โดดเด่น นำโดยฟิลิปปินส์ (+17.8%) อินโดนีเซีย (+14.5%) และไทย (+12.2%) ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจเชิงบวก และเสถียรภาพการเมืองที่นิ่งขึ้น น่าสังเกตว่ามีการโยกเงินจากมาเลเซียเข้า TIP เนื่องจากกำลังจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในมาเลเซีย
ในส่วนของบ้านเรา รัฐบาลผลักดันร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยสภาผู้แทนฯ ได้รับหลักการในวาระแรกไปเรียบร้อยแล้ว
แม้จะมีเสียงท้วงติงเรื่องกลัวรั่วไหลบ้าง เลี่ยงการจัดทำผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณบ้าง แต่ส่วนใหญ่ต่างเห็นด้วยที่ไทยจำเป็นต้องเพิ่มการลงทุน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
ผนวกกับการเมืองที่มีเสถียรภาพดีขึ้นเมื่อเทียบกับ 8 ปีที่ผ่านมา ได้ช่วยฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว การลงทุน และการบริโภคก็ดีขึ้นมาก จึงมีโอกาสสูงขึ้นที่เศรษฐกิจไทยจะเร่งตัวขึ้นเป็นโตเฉลี่ยเกิน 5.5% ต่อปี ในช่วง 10 ปีข้างหน้า เทียบกับที่โตเพียง 4% ต่อปี ในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา
ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยที่ดีขึ้นมาก หนุนบาทแข็งถึง 4% เทียบกับเงินเหรียญสหรัฐในช่วงไตรมาสแรก แม้ส่งผลลบต่อการส่งออก แต่ช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อ และส่งผลดีต่อการนำเข้าสินค้าทุนในช่วงที่ภาคเอกชนกำลังเปลี่ยนไปใช้เครื่องจักรมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท
ล่าสุด ตลาดหุ้นไทยเทรดที่ พี/อี ปี 2556 ที่ 14.2 เท่า เทียบกับ 11.6 เท่าของตลาดหุ้นเอเชียที่ไม่รวมญี่ปุ่น หรือ 13 เท่าของสหรัฐ เป็นต้น ขณะที่กำไรของ 3 ตลาดนี้ถูกคาดหมายไว้ที่โต 17.1% 10.2% และ 9.1% ตามลำดับ
นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ปรับขึ้นเป้าหมายดัชนีปี 2556 เข้าหา 1,700 จุด แต่จะผันผวนมากขึ้น เนื่องจากมูลค่าหุ้นที่ไม่ถูกเหมือนอดีต ภายใต้ภาพเศรษฐกิจโลกชะลอตัวจะถ่วงการส่งออก การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมพลังงาน ปิโตรเคมี ชิปปิ้ง จะถูกเลื่อนออกไป
ขณะที่กำลังซื้อภายในประเทศจะมีบทบาทกระตุ้นเศรษฐกิจไทย หุ้นที่โดดเด่นยังคงเป็นหุ้นที่พึ่งกำลังซื้อในประเทศ และธุรกิจทนแรงเสียดทานจากเศรษฐกิจชะลอตัวได้ดี เช่น หุ้นมือถือ (INTUCH) หุ้นโรงพยาบาล (BGH) หุ้นสาธารณูปโภคพื้นฐาน (BTS, JAS, BCP, SPCG) หุ้นค้าปลีกสมัยใหม่ (CPALL) อื่นๆ VGI
ผลตอบแทนของตลาดหุ้นต่างๆ ในไตรมาสแรกปี 2556
นิกเกอิ 19.3%
เวียดนาม 18.7%
ฟิลิปปินส์ 17.8%
อินโดนีเซีย 14.5%
ไทย 12.2%
ดาวโจนส์ 11.3%
สิงคโปร์ 4.5%
ฝรั่งเศส 2.5%
เยอรมนี 2.4%
เกาหลีใต้ 0.4%
ไต้หวัน 2.8%
มาเลเซีย -1%
จีน -1.4%
ฮ่องกง -1.6%







