posttoday
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและTIPโดดเด่นไตรมาสแรก

ตลาดหุ้นญี่ปุ่นและTIPโดดเด่นไตรมาสแรก

01 เมษายน 2556

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)

ไตรมาสแรกปี 2556 ที่เพิ่งจบไปหมาดๆ ยังคงเป็นไตรมาสที่ดีมากสำหรับตลาดหุ้นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะญี่ปุ่น สหรัฐ และ TIP (ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์)

สัญญาณเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวออกมาอย่างต่อเนื่อง จากต้นไตรมาส 4 ปี 2555 ขณะที่ความเสี่ยงโดยรวมลดลง โดยเฉพาะเรื่องอียูและปัญหาหน้าผาทางการคลัง ยังผลให้เกิดการปรับพอร์ตลงทุนทั่วโลก โดยลดน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้ และหันไปถือหุ้นมากขึ้น

น่าสังเกตว่ากระแสเงินทุนรอบนี้ไหลเข้าตลาดหุ้นหลัก โดยเฉพาะญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา

มิใช่ตลาดหุ้นอีเมอร์จิง! อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นกลุ่ม TIP ยังโดดเด่นต่อเนื่อง ตรงข้ามกับตลาดหุ้นแถบเอเชียตะวันออกที่ทรงกับทรุด

ดัชนีนิกเกอิให้ผลตอบแทนสูงถึง 19.3% ในไตรมาสแรก และสูงถึง 38.9% หากนับจากสิ้นเดือน ต.ค. 2555 หนุนโดยนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเต็มสูบของรัฐบาลชุดใหม่ที่นำโดยนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ

ความคาดหวังต่อขอบเขต ขนาดของมาตรการ และการเร่งรัดดำเนินการมาตรการคิวอีกดเงินเยนอ่อนยวบถึง 18% เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ ในช่วงเวลาแค่ 5 เดือน นอกจากจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของภาคส่งออก ยังช่วยเติมสภาพคล่องส่วนเกินให้ท่วมตลาดหุ้นเอเชียมากขึ้นไปอีก

ดัชนีดาวโจนส์พุ่ง 11.25% ในไตรมาสแรก ปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะตลาดแรงงานและตลาดที่อยู่อาศัย ทั้งๆ ที่แรงส่งจากการทำงบประมาณขาดดุลแผ่วลงจากปัญหาหน้าผาทางการคลัง

ขณะที่เฟดยืนยันเดินหน้าทำคิวอีผ่านการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเดือนละ 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จนกว่าอัตราการว่างงานจะเหลือต่ำกว่า 6.5% ซึ่งไม่น่าจะได้เห็นตัวเลขนี้ใน 2 ปีข้างหน้า

ตลาดหุ้นยุโรปดีดแรงกว่า 15% ในช่วงครึ่งหลังปี 2555 หลังประธานอีซีบีประกาศพร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาระบบการเงินอียู ความคืบหน้าเรื่องการจัดตั้งกองทุนถาวรเพื่อรักษาเสถียรภาพระบบการเงินอียู (ESM) รวมถึงการออกมาตรการ OMT ได้ช่วยลดความเสี่ยงที่อียูจะล่มสลาย

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจอียูยังคงถดถอยอ่อนๆ และเสี่ยงจะเรื้อรัง ปัญหาในไซปรัสและอิตาลีตอกย้ำความเชื่อนี้ ตลาดหุ้นยุโรปจึงชะลอตัว บวกเพียง 2% ในไตรมาสแรก

ตลาดหุ้นเอเชียตะวันออกเสมอตัวหรือหดตัวเล็กน้อย ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างจีน ญี่ปุ่น และในคาบสมุทรเกาหลี แม้มีสัญญาณเศรษฐกิจจีนฟื้นตัว แต่จีนทยอยออกมาตรการชะลอความร้อนแรงของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ตลาดหุ้นจีนที่วิ่งขึ้นมาแรงก่อนหน้านั้นจึงปรับตัวลง 7.6% ในช่วง 6 สัปดาห์สุดท้ายของไตรมาสแรก

ตลาดหุ้น TIP โดดเด่น นำโดยฟิลิปปินส์ (+17.8%) อินโดนีเซีย (+14.5%) และไทย (+12.2%) ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจเชิงบวก และเสถียรภาพการเมืองที่นิ่งขึ้น น่าสังเกตว่ามีการโยกเงินจากมาเลเซียเข้า TIP เนื่องจากกำลังจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในมาเลเซีย

ในส่วนของบ้านเรา รัฐบาลผลักดันร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยสภาผู้แทนฯ ได้รับหลักการในวาระแรกไปเรียบร้อยแล้ว

แม้จะมีเสียงท้วงติงเรื่องกลัวรั่วไหลบ้าง เลี่ยงการจัดทำผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณบ้าง แต่ส่วนใหญ่ต่างเห็นด้วยที่ไทยจำเป็นต้องเพิ่มการลงทุน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ผนวกกับการเมืองที่มีเสถียรภาพดีขึ้นเมื่อเทียบกับ 8 ปีที่ผ่านมา ได้ช่วยฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว การลงทุน และการบริโภคก็ดีขึ้นมาก จึงมีโอกาสสูงขึ้นที่เศรษฐกิจไทยจะเร่งตัวขึ้นเป็นโตเฉลี่ยเกิน 5.5% ต่อปี ในช่วง 10 ปีข้างหน้า เทียบกับที่โตเพียง 4% ต่อปี ในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา

ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยที่ดีขึ้นมาก หนุนบาทแข็งถึง 4% เทียบกับเงินเหรียญสหรัฐในช่วงไตรมาสแรก แม้ส่งผลลบต่อการส่งออก แต่ช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อ และส่งผลดีต่อการนำเข้าสินค้าทุนในช่วงที่ภาคเอกชนกำลังเปลี่ยนไปใช้เครื่องจักรมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท

ล่าสุด ตลาดหุ้นไทยเทรดที่ พี/อี ปี 2556 ที่ 14.2 เท่า เทียบกับ 11.6 เท่าของตลาดหุ้นเอเชียที่ไม่รวมญี่ปุ่น หรือ 13 เท่าของสหรัฐ เป็นต้น ขณะที่กำไรของ 3 ตลาดนี้ถูกคาดหมายไว้ที่โต 17.1% 10.2% และ 9.1% ตามลำดับ

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ปรับขึ้นเป้าหมายดัชนีปี 2556 เข้าหา 1,700 จุด แต่จะผันผวนมากขึ้น เนื่องจากมูลค่าหุ้นที่ไม่ถูกเหมือนอดีต ภายใต้ภาพเศรษฐกิจโลกชะลอตัวจะถ่วงการส่งออก การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมพลังงาน ปิโตรเคมี ชิปปิ้ง จะถูกเลื่อนออกไป

ขณะที่กำลังซื้อภายในประเทศจะมีบทบาทกระตุ้นเศรษฐกิจไทย หุ้นที่โดดเด่นยังคงเป็นหุ้นที่พึ่งกำลังซื้อในประเทศ และธุรกิจทนแรงเสียดทานจากเศรษฐกิจชะลอตัวได้ดี เช่น หุ้นมือถือ (INTUCH) หุ้นโรงพยาบาล (BGH) หุ้นสาธารณูปโภคพื้นฐาน (BTS, JAS, BCP, SPCG) หุ้นค้าปลีกสมัยใหม่ (CPALL) อื่นๆ VGI

ผลตอบแทนของตลาดหุ้นต่างๆ ในไตรมาสแรกปี 2556

นิกเกอิ    19.3%

เวียดนาม    18.7%

ฟิลิปปินส์    17.8%

อินโดนีเซีย    14.5%

ไทย    12.2%

ดาวโจนส์ 11.3%

สิงคโปร์    4.5%

ฝรั่งเศส    2.5%

เยอรมนี    2.4%

เกาหลีใต้    0.4%

ไต้หวัน    2.8%

มาเลเซีย   -1%

จีน   -1.4%

ฮ่องกง   -1.6%

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก