
ครูของผม
วันที่ 16 ม.ค. เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่ง ซึ่งคนที่พ้นจากรั้วการศึกษาส่วนใหญ่มักลืมเลือน ครับ วันนี้ 16 ม.ค. เป็นวันครู
โดย...สันทัด กรณี
วันที่ 16 ม.ค. เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่ง ซึ่งคนที่พ้นจากรั้วการศึกษาส่วนใหญ่มักลืมเลือน ครับ วันนี้ 16 ม.ค. เป็นวันครู
นักเรียน ใครคิดว่าชีวิตนี้ไม่มีครูบ้าง...ไม่มีใครยกมือ!
การเข้ามาทำงานในวิชาชีพนักหนังสือพิมพ์ของผม เริ่มต้นได้ มีวันนี้ได้ เพราะมีครูเช่นกัน เดิมผมทำงานสื่อด้านอื่น แต่ไม่เคยสัมผัสงานหนังสือพิมพ์ ผมเดินเข้ามาทำหนังสือพิมพ์วันแรกด้วยคำชวนของเพื่อน
เพื่อนคนนี้เสมือนครู เป็นผู้ที่ทำให้ผมรู้จักการทำหนังสือพิมพ์ กลายเป็นอาชีพเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเองและครอบครัวมาจนถึงทุกวันนี้ร่วม 20 ปีเข้าไปแล้ว
ขออนุญาตเอ่ยนามครับ คุณอายุษ ประทีป ณ ถลาง อดีตนักหนังสือพิมพ์ที่วางมือไปแล้ว และเป็นนักหนังสือพิมพ์ที่อหังการ์ สัตย์ซื่อต่อวิชาชีพอย่างสูงสุดเท่าที่ผมพบ
อีกท่านคือ คุณเปลว สีเงิน คอลัมนิสต์แถวหน้าของประเทศแห่งหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ซึ่งผมเรียกคุณเปลวเมื่อพบกันว่า “ป๋าเปลว” ถ้าลับหลังผ่านตัวหนังสือผมใช้คำว่า “เถ้าแก่เปลว” จนสมัยก่อนผู้อ่านเรียกกันจนติด
อ้อ! ครูผมท่านนี้ เถ้าแก่นะครับ ไม่ใช้ เฒ่าแก่ (ฮา) ป๋าเปลวยังหนุ่มแน่นเฉียบคมสวนทางกับเวลา...มะได้โม้
ผมเขียนคอลัมน์มานานและยังเขียนจนทุกวันนี้ คนที่เปิดพื้นที่ให้ผมเป็นคอลัมนิสต์ครั้งแรกในชีวิตคือ เถ้าแก่เปลว ด้วยการบังคับให้ผมเขียน
บังคับจริงๆ นะครับ บังคับเพราะเหลียวหาใครไม่เจอรึเปล่าก็ไม่ทราบ (ฮา) และนามปากกาที่ผมใช้อยู่ทุกวันนี้ “สันทัด กรณี” ก็เป็นการประทานจากเถ้าแก่เปลว ใช้แล้วขลังแฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ครูทางด้านหนังสือพิมพ์ทั้งสองคนนี้ มีวิธีการสอนคล้ายคลึงกันมาก ไม่มีหรอกครับที่จะมาบอกให้คิดอย่างไร เขียนอย่างไร คำที่ใช้กับผมเรียบง่าย
คือ ทำอย่างที่คิด คิดเป็นตัวของตัวเอง มีรูปแบบของตัวเอง แล้วเขียนให้คนอ่านรู้ว่าเราคิดอะไร
หลักสูตรการทำหนังสือพิมพ์ การเป็นคอลัมนิสต์ มันง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากซะอีกนะเนี่ย...ว่ามะ!
เฮ้อ! ย้อนกลับไป นึกแล้วเหมือนโดนถีบตกน้ำ ทำให้ว่ายน้ำเป็น พอดำน้ำได้ กลั้นลมหายใจเป็น ทำจมูกให้พ้นน้ำได้ ผ่านการทดสอบแล้วจึงเข้าสู่ความล้ำลึก เรียนรู้เคล็ดวิชาผ่านการสันทนาการในร้านข้าวต้มยามค่ำ ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านชีวิตมาได้หลายฝนจนตะไคร่เริ่มจับก็ง่ายแบบนี้ (ง่ายจริงเปล่าหว่า อิ อิ)
ครับ...สิบนิ้วประณมกราบขอบพระคุณด้วยหัวใจ
กลับมายุคสมัยนี้ โอกาสที่คนทำงานหนังสือพิมพ์จะมีโอกาสเรียนรู้ซึบซับประสบการณ์จากผู้อาวุโสแทบไม่มีแม้แต่อยู่ในองค์กรเดียวกัน เพราะในยุคก่อนเมื่อนักข่าวเสร็จจากงานภาคสนาม จะมีนักข่าวใฝ่รู้จำนวนหนึ่งเดินทางกลับเข้าสำนักงานหรือโรงพิมพ์ เพื่อเรียนรู้ศาสตร์ของการทำหนังสือพิมพ์ เขียนข่าวอย่างไร ปิดข่าวอย่างไร ตั้งวงกับรุ่นพี่ๆ คุยโน่นแลกเปลี่ยนนี่ แต่สมัยนี้เสร็จงานภาคสนามส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดบ้านใครบ้านมัน ยกเว้นบังคับด้วยคำสั่งให้มาเรียนรู้
อึ่มมม วันนี้เขียนส่วนตั๊วส่วนตัว เขียนแบบที่ไม่เคยเขียน เขียนด้วยความสำนึกในสิ่งที่ได้รับ
สัญญาครับครู ผมจะสู้กับสิ่งที่ไม่ดีไม่งามต่อไป







