มันมาแน่ๆ

วันที่ 31 ต.ค. 2555 เวลา 07:29 น.
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

ไม่ผิดความคาดหมายแม้แต่น้อย เมื่อกระทรวงพลังงานรายงานว่า การนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงของไทยในปี 2555 จะทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

เฉพาะ 9 เดือนแรกของปี เรานำเข้าน้ำมันแล้ว 9.36 แสนบาร์เรล มูลค่ารวม 9.05 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 16.1%

นอกจากนั้น ในปีนี้ก็คาดว่าจะต้องนำเข้าก๊าซหุงต้ม หรือแอลพีจี 1.7 ล้านตัน ทำลายประวัติศาสตร์เช่นกัน ด้วยมูลค่าทะลุ 5 หมื่นล้านบาท

ทั้งหมดไม่ผิดความคาดหมายแม้แต่น้อย

และในปีหน้า การนำเข้าน้ำมันกับก๊าซธรรมชาติ ก็ตั้งท่าจะทะลุ ทำลายประวัติศาสตร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่มีหยุด

สาเหตุก็เนื่องจากนโยบายที่ไปอุดหนุนอย่างไม่มีเหตุผล

นับตั้งแต่การลดภาษีสรรพสามิตดีเซลลงมา 5 บาท/ลิตร ทำให้เสียรายได้จากการลดภาษีเป็นแสนล้านบาท และยังทำให้เกิดการอุดหนุนรถยนต์ราคาแพงที่ใช้น้ำมันดีเซลอีก

ขณะเดียวกันรัฐบาลยังตรึงราคาก๊าซหุงต้ม จนทำให้เกิดการบิดเบือนด้านโครงสร้างราคา รถยนต์จำนวนมากหันไปใช้ก๊าซแทนน้ำมัน จึงทำให้ต้องนำเข้าก๊าซอย่างที่เป็นอยู่ในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

การเอาก๊าซหุงต้มไปเติมในรถยนต์ มันไม่ต่างอะไรกับการเอาไม้สักไปเผาถ่าน เพราะสิ้นเปลืองเกินไปในแง่การใช้ทรัพยากร โดยที่รัฐบาลยังต้องควักเงินอุดหนุนอีก

และที่จะกลายเป็นสิ่งกระตุ้นการใช้น้ำมันอย่างไม่จบสิ้น คือ นโยบายรถยนต์คันแรก ที่มีถึง 5 แสนคัน โดยรถยนต์พวกนี้ต้องเพิ่มปริมาณการใช้พลังงานทั้งสิ้น

รัฐบาลที่มีสติ ต่างพยายามที่จะลดการใช้พลังงาน และหันเหให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งมวลชนแทน แต่ทว่ารัฐบาลของไทยกลับเร่งการใช้รถยนต์ส่วนตัว เน้นการเผาผลาญพลังงาน อย่างชนิดที่ไม่กลัวผลที่จะตามมา

รัฐบาลที่มีสติ จะต้องรณรงค์เรื่องการประหยัดพลังงาน ทั้งที่เป็นเรื่องจำเป็นระดับประเทศและระดับโลก เพื่อสร้างค่านิยมที่ถูกต้องให้กับสังคม แต่ทว่ารัฐบาลของไทยกลับเพิกเฉย ไม่สนใจ กลับกระทำแบบสวนกระแส

และการใช้พลังงานลักษณะที่เป็นอยู่ จะสร้างผลกระทบตามมาทั้งด้านเศรษฐกิจที่จะต้องเสียเปรียบดุลการค้า ปัญหาสังคม มลภาวะเป็นพิษ รถติด ฯลฯ

นโยบายพลังงานจึงเป็นเรื่องหมักหมม เป็นปมที่จะระเบิดขึ้นในอนาคต เหมือนกับนโยบายอื่นๆ ที่กำลังสร้างปัญหาอยู่

ความยากลำบากและวิกฤต กำลังไล่ล่าตามติดเข้ามาทุกวัน