
วอร์มอัพ
ช่วงนี้นักการเมืองบ้านเราขยันขันแข็งกันเหลือเกิน มีการเคลื่อนไหวเปิดเวทีปราศรัยคึกคัก แต่ละพรรคแต่ละพวกคิวแน่นเอี๊ยด
โดย...สันทัด กรณี
ช่วงนี้นักการเมืองบ้านเราขยันขันแข็งกันเหลือเกิน มีการเคลื่อนไหวเปิดเวทีปราศรัยคึกคัก แต่ละพรรคแต่ละพวกคิวแน่นเอี๊ยด
ผมมองๆ แล้วรู้สึกเห็นใจเบาๆ
ท่านๆ เหล่านี้ ล้วนขยันขันแข็งด้วยความจำเป็น!
ความจำเป็นจากตารางเวลาแห่งการจุดระเบิดความขัดแย้งรอบใหม่ กำลังกระชับเข้ามา ต่างฝ่ายจึงต่างพยายามทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากที่สุด ถึงปมปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ร่าง พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ หรือการโหวตเรื่องวาระ 3 ร่างงบแก้ไขรัฐธรรมนูญ
คิวแรก ปลายสัปดาห์เริ่มแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญ จะเริ่มนัดไต่สวนการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ว่า คำร้องการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ของรัฐบาลนั้น เป็นการล้มล้างการปกครองตามมาตรา 68 หรือไม่...
พอต้นเดือน ส.ค. เปิดสภาสมัยวิสามัญ ร่างกฎหมายชุดแรกที่จ่อคิวอันหนึ่งในการพิจารณาของสภาคือ ร่าง พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ จากการนำเสนอของฝ่ายรัฐบาล และมีพรรคประชาธิปัตย์ ทำหน้าที่ค้านสุดตัว
ว่าไปแล้ว ระเบิดเวลา 2 ลูกที่เป็นปัญหาเรื้อรัง คาราคาซัง เรื่องเดียวกับที่ซัดกันเละมาก่อนหน้านี้
ผมมั่นใจว่า รัฐบาลและผู้สนับสนุนทราบว่า หากดันทุรังยืนกรานจะเอาให้ได้ ความขัดแย้งอย่างรุนแรงจะตามมาอย่างแน่นอน
เพราะว่าผลแห่งกฎหมายปรองดองฉบับที่รัฐบาลสนับสนุนนั้นจะล้มล้างคำพิพากษาในคดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคุณทักษิณ ชินวัตร และใครที่ติดคดีก่อการร้าย คดีป่วนเมือง คดีสลายการชุมนุม คดีนานาม็อบ ตั้งแต่ 2548 จบดื้อไม่มีการติดตามตัวคนผิดมาลงโทษ ไม่มีการดำเนินคดี ฯลฯ
คนรับได้มี แต่คนไทยที่รับไม่ได้มีไม่น้อย โดยเฉพาะการสร้างบรรทัดฐานใหม่ ฝ่ายนิติบัญญัติสามารถใช้เสียงข้างมาก ล้มคำพิพากษาของศาล
ซึ่งต่อไปในอนาคต นักการเมืองทำเลวทำชั่วกับแผ่นดินอย่างไรก็แล้วแต่ใจของท่านๆ ขอเพียงมีอำนาจในการยึดครองสภาด้วยเสียงข้างมาก ชาตินี้ไม่ต้องติดคุก...หุหุ
ส่วนเรื่อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต่างฝ่ายทราบดีแม้ไม่พูดออกมาว่า กระบวนการนี้จะนำไปสู่การเช็กบิลล้างไพ่กระบวนการยุติธรรม
ครับ...เมื่อวานได้ยิน คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ท่านพูดว่า “วันนี้ต้องเรียกว่าทุกภาคส่วนต้องอดทนและช่วยกันประคับประคองบรรยากาศต่างๆ ให้เป็นบรรยากาศอย่างสงบให้ประเทศเดินหน้า เพราะที่ผ่านมาประชาชนเดือดร้อนมาเยอะ เราก็อยากที่จะทำอย่างไรให้ประเทศมีความสงบสุข และเริ่มพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน”
อะแฮ่ม ถ้าคุณยิ่งลักษณ์ ต้องการในสิ่งที่พูดจริงๆ โน่นเลยครับเหลือบไปดูโพลของสวนดุสิตที่ออกมาเมื่อวันอาทิตย์
ประชาชน 50.32% เห็นว่า หากรัฐบาลยุติทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และถอนร่างพระราชบัญญัติปรองดอง จะทำให้อายุรัฐบาลอยู่ได้จนครบวาระ แต่ถ้าหากเดินหน้าทำทั้งสองเรื่องต่อไป ประชาชนส่วนใหญ่ 56.17% เห็นว่า จะทำให้อายุรัฐบาลอยู่ได้ไม่เกิน 6 เดือน
เอ่อ...อยากทำให้ประเทศมีความสงบสุขจริงเปล่าล่ะ







