
สภาฯวิบัติ
แค่วันแรกที่ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ก็เกิดความวุ่นวายเสียแล้ว
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
แค่วันแรกที่ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ก็เกิดความวุ่นวายเสียแล้ว
พูดง่ายๆ ว่า เละ ยิ่งกว่าสภาฯ โจ๊ก
ไล่ตั้งแต่ประธานสภาฯ สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ทำหน้าที่สมกับได้รับความไว้วางใจจากนายใหญ่ ด้วยการเร่งรัดผลักดันร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ให้เป็นวาระเร่งด่วน
แต่สุดท้ายเกิดความวุ่นวาย เมื่อฝ่ายค้านลุกขึ้นมาคัดค้าน จนถึงขั้นต้องพักประชุมสภาฯ
ซ้ำร้ายยังมีการบุกขึ้นไปบนบัลลังก์ประธานสภาฯ ตำรวจต้องเข้ามาล้อมอารักขา ขณะที่ สส.หญิงฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านเกือบตบกันให้เห็น
ปรองดองประสาอะไร...!!!
การปรองดองจะต้องทำให้เกิดความสมานฉันท์ แต่ยังไม่ทันไรก็ตั้งเค้าตีกันเสียแล้ว
นี่...น่าจะเป็นแค่ฉากแรกๆ เท่านั้น
ยิ่งย้อนกลับไปดูเส้นทางของร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง จะเห็นเนื้อแท้ว่ามันไม่ใช่การปรองดอง แต่มันเป็นการเอื้อประโยชน์เพื่อพวกพ้องโดยแท้
ทุกอย่างวางแผนเป็นขั้นตอน
นับตั้งแต่การขยายเวลาประชุมสภาฯ ออกไป จากเดิมที่หมดอายุลงในเดือน เม.ย. ก็ขยับออกไปอีก
ถัดมาเป็นการเสนอผลการพิจารณาแนวทางการปรองดอง โดยคณะกรรมาธิการปรองดองแห่งชาติ ที่มี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นประธาน
งวดนั้นก็ปะทะเดือดไปรอบแล้ว
จากนั้น บิ๊กบัง เจ้าเก่า เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน ขยับหมากเสนอ ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง เข้าสภาฯ จุดชนวนความขัดแย้งครั้งใหญ่อย่างที่เป็นอยู่
ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นชัด กลไกหลักของบ้านเมือง โดยเฉพาะ สภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้ทำหน้าที่เพื่อส่วนรวม
สส.ในสภาฯ จำนวนมาก แสดงตัวอย่างชัดเจนว่าทำตามใบสั่ง
ถ้า สส.ยึดมั่นในการทำเพื่อบ้านเมือง ต้องทำสิ่งที่ก่อให้เกิดความสงบสุข ไม่ใช่ผลักดันสร้างความร้าวฉานอย่างที่เห็น
ร่างกฎหมายนี้ รู้กันอยู่ทนโท่ สร้างความแตกแยกอย่างใหญ่หลวง เห็นกันตั้งแต่ในสภาฯ จนมาถึงท้องถนน
ทั้งหมดแสดงให้เห็นถึงสภาพสภาฯ ที่กำลังจะวิบัติ เนื่องจากไม่ได้เป็นที่พึ่งของประชาชน ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์คนส่วนใหญ่
นี่แหละ ความเสี่ยงระบอบประชาธิปไตย ในอดีตหลายครั้งหลายหน เมื่อสภาฯ ไม่ทำหน้าที่ สส.กลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง การเปลี่ยนแปลงก็ต้องเกิดขึ้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ครั้งนี้อีกเช่นกัน สภาผู้แทนราษฎรแสดงตัวตนจนประจักษ์ชัดแจ้งแล้วว่ายืนอยู่ข้างใด ระหว่างความสงบสุขของบ้านเมือง กับการตอบสนองใครเพียงบางคน คนเพียงบางกลุ่มเท่านั้น
ประชาธิปไตยที่เป็นอยู่จึงมีแต่เปลือก แค่รูปแบบการเลือกตั้ง แต่เนื้อแท้หัวใจที่ทำเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง เพื่อส่วนรวม ไม่ได้อยู่ในใจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหล่านี้เลย
สั่งซ้ายก็ไปซ้าย สั่งขวา ก็ไม่กล้าแม้แต่จะเหลียวมองไปข้างหลัง
นี่แหละ เค้าลางแห่งความฉิบหายกำลังมาเยือน
ไม่เห็นหรือ เหตุอาเพศกำลังเกิด เมื่อเหล่าสิงสาราสัตว์ เสือ สิงห์ กระทิง แรด แย้ ตะกวด ที่สวนสัตว์ดุสิต กำลังคึกคักเต็มที่ พร้อมกับส่ายคอไปมาเมียงมองฝั่งตรงข้าม
สงสัยมันเห็นเพื่อนเดินสองขา ชูมือ อยู่หลายตัว เลยอยากชวนให้มาอยู่ด้วยกัน







