แบงก์ชาติคิวต่อไป?

  • วันที่ 23 พ.ค. 2555 เวลา 07:34 น.

โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

น่ารักน่าหยิกเสียจริง สำหรับการออกให้สัมภาษณ์ทั้งจาก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถึงกรณีการปลด ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ พ้นตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือดีดี บริษัท การบินไทย

ทั้งคู่ พูดจาคล้ายๆ กัน เหมือนกับการลอกข้อสอบก็คือไม่มีการแทรกแซงจากการเมือง กรรมการการบินไทย เป็นผู้ตัดสิน ฯลฯ

ฟังแล้ว ครึ้มใจ ฮาน่าดู

อยากรู้จริงๆ ในประเทศนี้ วิสาหกิจไหน ที่การเปลี่ยนผู้บริหารเบอร์ 1 กระทำได้โดยอิสรเสรี

ทุกแห่ง การเมืองต้องพยักหน้าถึงจะสำเร็จ

ยิ่งถ้าประธานบอร์ด หน้าไหนกล้าทำ ล้ำเส้นการเมือง รับประกันได้ตัวประธานบอร์ดนั่นแหละ จะไม่มีเงาหัว

ที่นั่งนั่งเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจกันอยู่ทุกแห่ง ก็รู้แก่ใจอะไรเป็นอะไร

นี่แหละ สัจธรรมแห่งการเมือง

การพูดว่าไม่มีใบสั่ง อย่าพูดเสียดีกว่า เพราะพูดไปก็เหมือนกับการปล่อยมุขฮาทั้งเมือง

คณะรัฐบาล จะกลายเป็นคณะเชิญยิ้มเสียมากกว่า

และที่น่าห่วงไปกว่านั้นก็คือ หลังจากจัดการปิยสวัสดิ์ ไปแล้ว ใครจะเป็นรายต่อไป โดยเฉพาะพวกที่ถูกมองว่าหัวแข็ง ไม่ฟังคำสั่งการเมือง

จุดระเบิดที่น่าจับตา โน้น คงต้องเมียงมองไปยังตำแหน่งเก้าอี้ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยของ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล

เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า นโยบายการเงินของธนาคารชาติ เป็นที่ขัดหูขัดตาของรัฐบาลมาโดยตลอด

ไม่ว่าจะเรื่องค่าเงินบาท ที่รัฐบาลอยากให้บาทอ่อน ทว่าธนาคารชาติบอกว่า จะแทรกแซงก็พอไหว แต่ต้องเป็นไปตามกลไกตลาด

เรื่องปริมาณเงิน ที่รัฐบาลอยากให้อัดฉีดเข้ามาเยอะๆ แต่แบงก์ชาติส่ายหน้าว่าไม่ไหวจะทำให้เกิดผลกระทบบานตะเกียง

ดอกเบี้ยที่รัฐบาลต้องการให้ถูกๆ ต่ำๆ แต่แบงก์ชาติยืนยันต้องมองตามเป้าหมายเงินเฟ้อ

หรือกระทั่งเรื่องใหญ่อย่างการที่รัฐบาลจะเอาทุนสำรองไปใช้ฟรีๆ แต่แบงก์ชาติบอกว่า ไม่มีทาง ต้องมีสินทรัพย์มาแลก

เมื่อมีการส่ง วีรพงษ์ รามางกูร กุนซือใหญ่เศรษฐกิจรัฐบาลเข้าไปเป็นประธานบอร์ดแบงก์ชาติ ก็น่าจับตาอย่างยิ่ง จะพูดจากันรู้เรื่องหรือเปล่า

เพราะถ้าประสารไม่ยอม เห็นทีต้องเข้าข่ายแบบปิยสวัสดิ์ คือมีปัญหาด้านการสื่อสาร

จะมัวเมาในเงามายา อำนาจวาสนาแค่ไหน รอดูกันไปเถอะ