เลิกแล้วค่ะ

  • วันที่ 15 พ.ค. 2555 เวลา 07:48 น.

โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

ถือเป็นเรื่องถูกต้องแล้ว ที่คณะรัฐมนตรีเบรกแผนการคุมราคาอาหารจานด่วน 10 รายการ

กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี ไม่ได้พิจารณาข้อเสนอของกระทรวงพาณิชย์ เพียงแต่ได้มอบหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปหารือกับผู้ประกอบการร้านค้าให้ขายอาหารในราคา ปริมาณ และคุณภาพใกล้เคียงกับของเดิม

ทั้งนี้ หากราคาต้นทุนวัตถุดิบปรับเพิ่มขึ้น ก็สามารถปรับราคาขึ้นในระยะสั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้ แต่ถ้าเมื่อใดที่ราคาวัตถุดิบปรับลดลง ราคาอาหารปรุงสำเร็จก็ควรจะปรับลดลงตามด้วย

สาเหตุเนื่องจากอาหารปรุงสำเร็จมีความแตกต่างจากสินค้าอื่น เช่น ค่าเช่าพื้นที่ของแต่ละร้านค้าและความพึงพอใจของผู้บริโภค จึงสามารถขายได้ตั้งแต่อาหารราคาถูกไปจนถึงราคาแพง ขณะที่สินค้าควบคุมเดิม 42 รายการเป็นสินค้ามาตรฐาน สามารถคำนวณราคาได้อย่างถูกต้อง

และเรื่องทั้งหมดคงไม่จำเป็นต้องนำกลับเข้ามาเสนอใน ครม. อีก

แปลความได้ชัดเจนก็คือ ไม่เอาแล้ว เลิกแล้วค่ะ ก็ว่าได้

งานนี้ต้องบอกว่าค่อยยังชั่ว

สิ่งที่รัฐบาล หรือกระทรวงพาณิชย์ทำ ต้องไม่ใช่การฝืนกลไกตลาดควบคุมราคา เพราะมันเอาไม่อยู่หรอก

หน้าที่สำคัญของรัฐก็คือ การทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการลดลง เปิดโอกาสให้แข่งขัน อย่าให้เกิดการผูกขาดสร้างราคา และประชาชนมีทางเลือกในการจับจ่ายสินค้า

ตัวอย่างที่จะยกขึ้นมาอีก อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมขอความร่วมมือผู้ประกอบการที่ดูแล ให้จำหน่ายสินค้าราคาถูกกว่าท้องตลาด 2030% โดยสั่งการให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดไปประสานงานกับโรงงานต่างๆ นำสินค้าอุปโภคและบริโภคมาขาย

สินค้าที่จะนำมาจำหน่าย เช่น สินค้าอุปโภค บริโภค อาหารสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมันพืช น้ำตาล ข้าวถุง ผงซักฟอก ชุดนักเรียน

ขณะนี้มีผู้ผลิตสินค้าบางรายที่ตอบรับให้ความร่วมมือแล้ว เช่น ผู้ผลิตน้ำตาล ชุดนักเรียน อาหารกระป๋อง

ส่วนสถานที่จำหน่ายสินค้ากำลังพิจารณา ที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ สนามกีฬา รวมถึงการเข้าร่วมจำหน่ายสินค้ากับหน่วยงานอื่น เช่น กระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น

นี่แหละ จะทำอะไรก็ทำไปเถอะ ดูแล้วเข้าท่า เข้าที หรือพอไปไหว ก็ทำไป

ไม่ใช่คิดอะไรออกมาแต่ละอย่าง เป็นอันต้องเบือนหน้าหนี

ประทานโทษ ฯพณฯ นี่มัน พ.ศ. อะไรกันแล้วหว่า