
ของแพงกับรัฐบาลราคาถูก
การแก้ปัญหาค่าครองชีพสูงขึ้นแต่มีนักการเมืองวิสัยทัศน์ราคาถูก ผลจึงออกมาเพียงเท่านี้ คืออยู่กันไปแบบตัวใครตัวมัน
โดย....อสนีบาต
แม้กรมอุตุนิยมวิทยาออกมารายงานเริ่มมีฝนกระจายหลายพื้นที่ แต่ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก่อนหน้านั้นน่าเป็นห่วงเอามากๆ ( 2 ก.พ.-ปัจจุบัน) ระบุว่า มีพื้นที่ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน(ภัยแล้ง) จำนวน 50 จังหวัด 497 อำเภอ 3,417 ตำบล 36,388 หมู่บ้าน แถมท้ายเข้าไปอีกจากการติดตามข่าวเมื่อวันเสาร์ที่ 5 พ.คง ระบุ จ.สุรินทร์ ประกาศเป็นพื้นที่ภัยแล้งทุกพื้นที่
โอ้ว! พี่น้องชาวอีสานต้องอดทนเข้มแข็ง ไม่อยากให้เกิดเหตุร้อนตายกันเด้อ
ภัยแล้งลามทั่วไทยไม่พอแต่ภัยของแพงเกาะกินใจมาหลายเพลานี่สิ มันไม่ใช่ความปกติแล้วพี่น้อง อ่านเนื้อหาคำชี้แจงนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ออกมายอมรับว่าตอนนี้ข้าวของราคาแพง แต่เป็นการแพงบางรายการสินค้า บางรายการสินค้าถูกลง และกำลังหาทางช่วยอยู่ รวมถึงจะมีมาตรการระยะยาวช่วยค่าแรง ค่ารถและรถไฟฟรี
ท่านนายกฯไม่ขยายความมากไปกว่านี้ อาจเป็นเพราะสคริ๊ปจากทีมเศรษฐกิจตึกไทยคู่ฟ้ากำหนดไว้เท่านั้น เมื่อเป็นฉะนี้จึงขอปุจฉาเพิ่มเติมสักหน่อย คำแจกแจงเมื่อวันเสาร์มีสาระตรงไหนบ้างที่ทำให้ชีวิตประชาชนดีขึ้นบ้างไหม นอกจากรายงานสถานการณ์ทั่วไปให้ประชาชนทราบ
ที่บอกว่าสินค้าบางรายการแพงขึ้น สินค้าบางรายการถูกลง อรรถาธิบายกันหน่อยได้ไหมมีสินค้ารายการใดบ้างที่เป็นไปตามที่นายกฯกล่าว
เอาง่ายๆ ข้าวแกงไพร่ข้างถนน หรืออย่าง เมนู ข้าวกะเพราไข่ดาว ที่ปรับราคาแตะหลัก 35-40 บาท ซึ่งน่าจะเป็นดัชนีชี้วัดความเป็นไปของเงินในกระเป๋ามนุษย์หาเช้ากินค่ำ ได้ปรับตัวลงตามที่กระทรวงพาณิชย์เคยออกประกาศเตือนจนลดโทนเป็นคำวิงวอนได้หรือยัง
ซ้ำร้าย นายกฯยิ่งลักษณ์ อ้างว่า สาเหตุราคาสินค้าแพงขึ้นมาจากปัญหาน้ำท่วมเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้ประสบปัญหาการผลิต การขนส่ง สารพัดอ้าง แต่น่าแปลกนะครับ 5เดือนผ่านมาน้ำลดไปแล้ว ยังเป็นสาเหตุสำคัญให้สินค้าราคาแพงอยู่อีกหรือ มันเป็นปัญหาจากการฉวยโอกาสขยับค่าขนส่ง บิดเบือนราคาปลายทางหรือไม่
วรรคต่อไป นายกฯปลอบประโลมกำลังหาทางช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยจะมีมาตรการระยะยาว ช่วยค่าแรง ค่ารถและรถไฟฟรี ก็อยากให้อธิบายอีกเช่นกันว่าช่วยอย่างไร ถ้าจะบอกช่วยไปแล้วด้วยการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าพี่น้องกรรมกรทั่วไทยได้รับ
อีกทั้งข้อเท็จจริง เคยสำรวจอย่างจริงจังกันบ้างไหม มีโรงงาน ได้ขึ้นค่าแรงตามที่รัฐบาลประกาศหรือไม่ เพราะบางโรงงาน บางบริษัท สร้างเงื่อนไขมากมายในทางลับๆกับพี่น้องชาวแรงงาน กว่าจะได้ 300 บาท แต่กดขี่สารพัด อย่าคิดว่ายุคนี้ไม่มี คนที่คิดว่าไม่มีเพราะไม่เคยไปสัมผัสชีวิตคนงานในต่างจังหวัดที่ยังคงมีโรงงานเถื่อน ยัดเงินอุดปากหน่วยงานรัฐทำเป็นปิดหูปิดตาไม่กล้าตรวจสอบ ก็ใช้แรงงานแบบเอาเปรียบกันต่อไป
ไม่เท่านั้น แม้จะบอกปรับค่าแรง 300 บาท แต่ทว่าค่าครองชีพขยับสูงไปเรื่อยๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ ค่าแรง 300 บาทก็เอาไม่อยู่ ส่วนที่บอกรัฐบาลมีนโยบายจัดรถขสมก. รถไฟฟรี แต่ขณะเดียวกันมีการปรับค่าโดยสารรถเมล์ รถร่วม รถเสริม แถมค่าเรือ ไปเรียบร้อย รถฟรีตามที่นายกฯกล่าวไว้ กว่าจะมาสักคันรอกันเกือบชั่วโมง ส่วนรถร้อน รถเย็น ที่ปรับราคาก็ไม่ได้ปรับปรุงประสิทธิภาพ ไม่ต่างกับโรงศพติดล้อ พาพี่น้องไปเสี่ยงชีวิตกลางท้องถนน ฝ่ายที่ตรวจตรากวดขันจัดการเด็ดขาด ภายใต้การกำกับดูแลรัฐมนตรีที่อนุมัติขึ้นค่ารถไปแล้วก็ไม่ได้ประสีประสาใส่ใจ
ตั้งสติมองความเป็นไปผ่านวิสัยทัศน์นักการเมืองที่มาเป็นคณะผู้บริหารชาติ จากวิกฤติน้ำท่วมครั้งใหญ่จนมาถึงสถานการณ์ของแพงปัจจุบัน ได้ใช้ศักยภาพ เบ่งพลังฝีมือการทำงานเพื่อประชาชนให้สมกับการเป็นนักการเมืองของประชาชนคุณภาพสูงแล้วหรือยัง
การแก้ปัญหา ค่าครองชีพสูงขึ้นแต่มีนักการเมืองวิสัยทัศน์ราคาถูก ผลจึงออกมาเพียงเท่านี้ คืออยู่กันไปแบบตัวใครตัวมัน
การออกมายอมรับปัญหาสินค้าแพงเมื่อวันเสาร์ที่ 5 พ.ค. ยังสะท้อนถึงประสาทรับรู้ผู้นำประเทศต่อปัญหาชาติกำลังบกพร่อง หากไม่มีการกระตุ้นจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็คงเอ้อระเหยลอยชายไปเรื่อยๆ
อาการบ่งชี้เลอะเลือน พิสูจน์ได้จาก 9 เดือนบริหารชาติ ไล่เรียงกันดู หลังน้ำลดใหม่ๆ ราคาสินค้าขยับตัว ประชาชีเดือดร้อนถ้วนหน้า แต่ครั้งนั้นมีเสียงดังๆจากคนในรัฐบาลอ้างว่าปัญหาของแพงมาจากน้ำท่วมไทย ขอให้รอสักระยะสถานการณ์ราคาสินค้าจะดีขึ้น
กระทั่งเมื่อเดือนมี.ค. สถานการณ์สินค้าแพงป้วนเปี้ยนกระเป๋าประชาชนอีก แถมซ้ำมี พี่น้องเกษตรกร มันสำปะหลัง สัปปะรดราคาตก ปรากฎการณ์นี้ประจานผ่านรายงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าที่ประชุมครม.อย่างชัดเจน จนมีม็อบสัปปะรดมาเทผลผลิตหน้าทำเนียบฯ ประชดการบริหารงานไม่เป็นสัปปะรดของรัฐบาลชุดนี้ แต่ทว่ารัฐบาลเย็นชา
พอกระแสเสียงชาวบ้านเดือดร้อนหนักขึ้น สื่อทุกกระแสเสนอข่าวตรงกัน ไม่จำเป็นต้องอาศัยฝ่ายค้านตรวจสอบ เพราะเป็นความรู้สึกที่จับได้ของประชาชนถ้วนหน้าจึงสะเทือนหอคอยงาช้าง ตัดสินใจเรียกประชุม ครม.เศรษฐกิจฉุกเฉิน ตอนนั้นเริ่มได้ลุ้น จะมีมาตรการแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง แต่กลับกลายเป็นว่า กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลังพร้อมบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ กางชาร์ตราคาเนื้อสัตว์ ผักในตลาด บอกเอาอยู่ ไม่แพงอย่างที่ตระหนก
นั่นคือเหตุการณ์สองเดือนที่ผ่านมา
แล้วมาเดือนนี้หล่ะ คนชื่อยิ่งลักษณ์ที่เป็นนายกรัฐมนตรีประเทศไทย ออกมาบอก สาเหตุของแพงมาจากความรู้สึกของประชาชน หรือพูดกันตามภาษาอินเทรนด์แถวตลาดสดเวลานี้ "ของแพงเพราะคิดไปเองคร้า" แต่เหตุไฉน เมื่อวันเสาร์กลับออกมาประกาศกลางรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ยอมรับ ว่าของแพง มาจากสาเหตุน้ำท่วม
แล้วนายกฯชื่ออะไรครับที่พูดก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ของแพงเป็นเพราะความรู้สึกประชาชน เท่านั้นไม่พอ ผ่านมาไม่กี่ชั่วโมง เข้าสู่วันใหม่ คือวันอาทิตย์ที่ 6 พ.ค. นายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า สาเหตุของแพงมาจากภัยแล้ง ส่วนวันที่ 7 พ.ค. ลงเหยียบตลาดสดปากเกร็ด ยอมรับ ของแพงจริงๆ แล้วนี่ ใกล้เข้าสู่หน้าฝน และอาจจะเกิดภาวะน้ำไหลหลากเป็นน้ำท่วมอีกรอบหรือเปล่าไม่ทราบได้ ก็อาจจะต้องบอกใหม่กันอีกรอบว่า ของแพงเป็นเพราะฝนฟ้าอากาศ เป็นเพราะเกิดจากฝนถล่ม เป็นเพราะน้ำท่วมอีกรอบ
สรุปลำดับการมองความสำคัญปัญหาปากท้องประชาชนของรัฐบาล เริ่มดังนี้ ของแพงเพราะน้ำท่วมปีที่แล้ว ตามมาด้วย ครม.บอกเดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง ผ่านมานายกฯบอกของแพงเพราะประชาชนคิดไปเอง ไม่แพงหรอก แต่วันเสาร์กลับบอกของแพงบางชนิด บางอย่างก็ราคาถูกลง(จริงหรือ) ผ่านมาวันอาทิตย์ ครม.พาเหรดตรวจตลาดบอกไม่แพงแต่ล่าสดวันจันทร์ที่ 7 พ.ค. นายกฯ ตรวจตลาดปากเกร็ดบอกใหม่ไฉไลกว่าเดิม "ของแพงจริงๆค่ะคุณขา" แถมบอกด้วยมีผักบางชนิดราคาถูกแต่มีแนวโน้มจะขยับราคาสูงขึ้น
อ้าว! ตกลงจะเอายังไงกันแน่ กลับไปกลับมา หรือเป็นเพราะเพิ่งมารู้แจ้งเห็นจริงในวันนี้ หรือที่ผ่านมาได้รับข้อมูลบิดเบือนจากทีมงานจึงต้องว่าไปตามสคริ๊ป
หวั่นเกรงหากปล่อยไปอีกสักพัก รัฐบาลคงใช้วิธีบ้านๆด้วยเชื่อว่าเดี๋ยวประชาชนก็ลืมๆกันเอง เพราะเคยบอกประชาชนคิดไปเองว่าของแพงไปแล้ว เดี๋ยวประชาชนก็คิดไปเองของถูกลง
ถ้าทำอะไรไม่ได้ก็น่าจะหาทางรณรงค์ให้ประชาชนประหยัดอดออม หรือไม่ก็เปิดเมนูราคาถูกกู้ชาติ ปฏิเสธพวกโก่งราคา ร่วมกันตรวสอบพวกฉวยโอกาสขึ้นราคาส่งดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดดีกว่าไหม แต่นี้ไม่มีมาตรการชัดเจนใดช่วยเหลือประชาชน
วิธีบริหารบ้านเมืองลอยตัวไปวันๆ คือการบริหารง่ายๆ ไม่ต้องลงทุนมากมาย ผิดกับการลงขันทุ่มทุนประสานทุกระดับชั้นทั้งที่แจ้งและที่ลับเพื่อช่วยพี่ชายกลับบ้าน นั่นแหละสำคัญกว่าปัญหาปากท้องประชาชน







