
วาเลน์ไทน์ลักหลับรัฐธรรมนูญ
ร่างรธน.ฉบับครม.-เพื่อไทย-เสื้อแดงจะบอกหน่อยได้หรือไม่ว่าการได้มาซึ่งสสร.จะไม่ถูกครอบงำตามใบสั่งนักการเมือง
ร่างรธน.ฉบับครม.-เพื่อไทย-เสื้อแดงจะบอกหน่อยได้หรือไม่ว่าการได้มาซึ่งสสร.จะไม่ถูกครอบงำตามใบสั่งนักการเมือง
โดย...อสนีบาต
สัปดาห์วาเลนไทน์ตามสไตล์ตะวันตก วัยรุ่นหนุ่มสาวมอบกุหลาบช่องามสื่อสารประสารัก ส่วนผู้ผ่านวัยทีนมีความรักอีกมิติ รักครอบครัว รักวิชาชีพ และยิ่งในสภาพธรรมชาติแปรปรวน หันมาให้ความรักดูแลพื้นผิวโลกให้มากๆ แม้เราจะเป็นมวลเล็กๆบนโลกนี้ แต่ถ้าช่วยกันปลูกจิตสำนึกจากรุ่นสู่รุ่นดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ตัดไม้ทำลายป่า ช่วยกันรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมก็จะช่วยต่ออายุให้โลกนี้เพื่อคนรุ่นหลัง
อีกความรักที่ควรมอบให้สังคม นั่นคือความเมตตาแด่ผู้ด้อยโอกาส จะด้วยส่งเสริมสนับสนุนตามกำลังทรัพย์ ย่อมทำให้ผู้ให้และผู้รับมีความสุข
ความรักสามัคคีเป็นสิ่งสวยงาม แต่ฟากนักการเมืองผู้มีส่วนกำหนดทิศทางประเทศ จะเข้าใจนิยามความรักมากน้อยขนาดไหน เพราะวันๆไม่ลดราวาศอก มีแต่ตอกลิ่มความขัดแย้งร่ำไป สังคมก็เกิดความแตกแยกไม่พบความรักกันสักที
แม้แต่เทพคิวปิดเพ่งลงมายังแผ่นดินไทยยังต้องส่ายหน้าจะพุ่งศรแห่งความรักใส่ทั้งทีก็กลัวเปลืองลูกศรถ้าจะยิงใส่ให้ความรักกันกลัวลูกศรหักเพราะพวกนี้ร่างกายแข็งกระด้างเหลือเกิน
อย่างการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นประเด็นให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างฝ่ายต่างๆ เตือนกันแล้วเตือนกันอีก สถานการณ์เวลานี้ควรให้ความสำคัญอะไรก่อนหลัง สถานการณ์เศรษฐกิจ ค่าครองชีพเขยิบสูง ภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นอีกระลอก ทุ่มเทดำเนินการให้เห็นเป็นรูปธรรมสร้างความมั่นใจให้พี่น้องประชาชน นักลงทุนต่างชาติหรือยัง ก็หาได้เห็นความชัดเจน ข้อเสนอแนะท้วงติงดีๆมีมาถึง แต่รัฐบาลเพื่อไทยเมินเฉย
ประการสำคัญ เชิงการเมือง รัฐบาลเพื่อไทยไม่ควรประเมินต่ำ ว่ามีเสียงพวกมากลากไป มีมวลชนเสื้อแดงทั่วไทยเป็นกำแพงหนุนจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญได้อย่างสะดวกโยธิน ยิ่งความคิดรื้อรัฐธรรมนูญทั้งฉบับย่อมกระทบโครงสร้างบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ องค์กรอิสระควรแบ่งใจรับฟังผลกระทบจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อหาจุดลงตัวที่สุด แต่หากแสดงพฤติกรรมโชว์กร่าง ไม่ต่างกับประชาธิปไตยในคราบเผด็จการเบ็ดเสร็จ
เมื่อถึงจุดหนึ่งวังวนแห่งการใช้อำนาจนอกระบบออกมาโค่นล้มอาจเป็นไปได้ งานนี้ไม่ได้เชียร์ให้ท็อบบู๊ทเคลื่อนพล เพราะยังไงสังคมไม่ต้องการอยู่แล้ว ประเทศถอยหลังเข้าคลอง แต่ไม่ควรลืมว่าต้นเหตุของการนำพาชาติสู่วิกฤติล้วนมาจากนักการเมืองไทยนี่แหละ ที่หน้ามืดตามัวไม่ฟังเสียงประชาชน ใช้อำนาจฟุ่มเฟือยเพื่อพวกพ้อง
แค่ยังไม่ทันออกสตาร์ทในรายละเอียดจะยกร่างหมวดใด มาตราใดบ้าง เอาแค่ขอรัฐสภาแก้ไขมาตรา 291 เป็นใบอนุญาตทำคลอดสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ( สสร.) กลายเป็นด่านแรกสร้างชนวนขัดแย้ง
จะเป็นร่างรธน.ฉบับพรรคเพื่อไทย จะเป็นร่างรธน.ฉบับประชาชนแดงเดือด หรือ ร่างรธน.ฉบับครม. บอกหน่อยได้หรือไม่ว่า การได้มาซึ่งสสร.จะไม่ถูกครอบงำตามใบสั่งนักการเมือง ความเป็นอิสระของสสร.ที่จะทำการยกร่างจะมีหรือไม่ ถ้าจะบอกว่าที่มาสสร.ยึดโยงประชาชนผ่านการเลือกตั้ง ฟังแล้วดูดี แต่บรรยากาศทางการเมืองที่เพิ่งสงบศึกจากเหตุการณ์เผาเมือง การยกร่างรธน.โดยผ่านสสร.เช่นนี้ มันก็เป็นไปด้วยความอึมครึมเพื่อเอื้อพวกพ้องหรือไม่
กรณีสัดส่วนนักวิชาการ นักกฎหมายมหาชน จำนวน 22 คน ต้องส่งเข้าที่ประชุมรัฐสภาเพื่อคัดเลือกกันอีกที วางสเป็คเล็งกันไว้อยู่แล้ว ต้องเป็นฟากนักวิชาการสีแดง มีมุมมองหัวก้าวหน้าออกไปทางนิติเรดอะไรปานนั้น เพราะถ้าไม่สวมเสื้อใส่โลโก้สีแดงหมดสิทธิตกขบวนร่วมร่าง ได้ยินอาจารย์สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตประธานกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญรัฐบาลที่แล้ว ถูกถามไถ่จากสื่อมวลชน ถ้าเปิดให้สมัครสสร.ในสัดส่วนนักวิชาการจะร่วมวงศ์ไพบูลย์ไหม อาจารย์สมบัติตอบทันควันไม่ร่วม จะไปสมัครทำไม เพราะยังไงก็ไม่ได้
นักวิชาการผู้นี้รับรู้สัญญาณดี ถึงแม้จะมีความปรารถนาดี มีความรู้เคยศึกษาโมเดลแก้รัฐธรรมนูญไว้แล้ว มองถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว มองถึงผลประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลัก แต่เมื่อมีนักการเมืองขีดวงนักวิชาการกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ไม่ใช่พวกข้าให้เขี่ยทิ้ง แล้วอย่างงี้ใครจะไปร่วมสังฆกรรม
ภาพที่ออกมาหนีไม่พ้นเหล่าคณะรักประชาธิปไตยตามมุมมองของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น
ย้อนกลับไปดูพัฒนาการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 40 กันหน่อย เป็นรัฐธรรมนูญที่เหล่าคณะนักการเมืองเพื่อนายใหญ่เชิดชูว่าเป็นประชาธิปไตยนั่นแหละท่าน ปฐมเหตุเกิดจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 35 ภาพวงจรอุบาทว์ครอบงำประเทศ หลังเหตุการณ์สงบเรียกร้องให้ปฏิรูปการเมือง นักวิชาการกูรูทั้งหลาย นำทีมโดยหมอประเวศ วะศี ราษฎรอาวุโส จุดพลุผลักดัน องคาพยพสังคมเคลื่อนพร้อมกันที่อยากเห็นการปฏิรูปการเมืองไทย ทำให้รัฐบาลบรรหารรับลูกประกาศเจตนาแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 211 ระหว่างนั้นตั้งกรรมการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมี ชุมพล ศิลปอาชา เป็นประธาน พิมพ์เขียวที่ทำกันมานาน ถูกส่งต่อสู่สภาแก้มาตรา 211 ให้มีสสร. โดยกระบวนการเลือกตั้ง สสร.ซับซ้อนกว่า ผ่านการเลือกตั้งกันเองและส่งเข้ารัฐสภาเลือกอีกรอบ
จำกันมิได้หรือ ยุคนั้นพ.ต.ท.ทักษิณ ลงสมัครเลือกตั้งสสร.ด้วยแต่สอบตก เพราะต้องผ่านการคัดเลือกหลายชั้น แต่สำหรับ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ฉบับเพื่อไทย เสื้อแดง หรือรัฐบาลกำหนดให้เลือกโดยตรงจากประชาชน เอาหล่ะถ้าจะบอกว่ายึดโยงประชาชน แต่บรรยากาศมันต่างกันตามที่กล่าว เพราะคราวก่อนคึกคักต้องการปฏิรูปการเมือง ศึกษากันถึงรายละเอียดควรปฏิรูปโครงสร้างบริหารบ้านเมืองอย่างไรบ้าง แต่บรรยากาศแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2555 แค่ลองไปถามชาวบ้านร้านตลาดดูซิว่า รู้จักมาตรา 291 อย่างไร สสร.คืออะไร การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อใครกันแน่
แล้วคำถามสำคัญแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วประชาชนจะทำมาหากินดีขึ้นไหม ช่วยกรุณาตอบมาให้ชื่นสะดือ นี่แหละคือการตอกย้ำบรรยากาศของการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้แฝงด้วยเล่ห์เพทุบาย ต้องการเข้ามารื้อเพื่ออำนวยความสะดวกให้คนที่ต้องคดี อยากเข้าสู่อำนาจ คำว่า เพื่อนำสู่ประชาธิปไตยเป็นแค่เครื่องประดับตกแต่งพานรัฐธรรมนูญให้สวยงามยามไปอ้างพ่อแม่พี่น้อง ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่ออะไรนั่นแหละท่าน
อย่างที่ว่า จึงไม่เคยได้ยินนักการเมืองพรรรคเสียงข้างมากออกมาพูดว่าควรรับฟังข้อเสนอ หรือหนุนต้นแบบร่างรัฐธรรมนูญจากผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญที่เคยศึกษา หรือแม้กระทั่งทำการตั้งคณะกรรมการศึกษาร่างรัฐธรรมนูญในหลายโมเดลให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ กรณีคณะกรรมการชื่อยาวของอุกฤษ มงคลนาวิน เป็นกรณีชัดเจนถึงความจริงใจจริงจังเพราะข้อเสนอต่างๆที่ออกมาถามว่ารัฐบาลรับข้อเสนออะไรมาบ้างที่จะดำเนินการ แค่แต่งตั้งขึ้นมาเป็นพระอันดับให้ดูภาพสวยงาม เอาเข้าจริง นักการเมืองคือนักการเมืองทำกันเองดีกว่า
รัฐธรรมนูญที่กำลังจะเกิดขึ้นจึงเป็นแค่ฉบับสะใจในอำนาจของพวกเสียงข้างมากเท่านั้นเอง







