
เกินบรรยาย
เมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าวต่างประเทศชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจมาก ข่าวที่ว่าคือ ธนาคารกลางแห่งประเทศญี่ปุ่น (บีโอเจ)
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าวต่างประเทศชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจมาก ข่าวที่ว่าคือ ธนาคารกลางแห่งประเทศญี่ปุ่น (บีโอเจ) ประเมินการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีงบประมาณใหม่ จะอยู่ที่ 2% จากที่คาดไว้เดิม 2.2%
การปรับลดการเติบโตทางเศรษฐกิจดังกล่าว เป็นผลจากภาวการณ์ต่างๆ ที่ไม่เป็นใจ โดยเฉพาะมีแรงส่งมาจากปีที่แล้ว หรือปี 2554
ในปีที่แล้ว บีโอเจเคยประเมินเศรษฐกิจว่าจะเติบโตราวๆ 0.3% แต่ไปๆ มาๆ มีการปรับประมาณการเสียแล้ว โดยคาดว่าจะติดลบที่ระดับ 0.4%
หรือคิดง่ายๆ เศรษฐกิจญี่ปุ่นหดตัวลงจากที่เคยคาดไว้นับเป็นเท่าตัว
สาเหตุที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นย่ำแย่กว่าคาด มาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก รวมถึงภาวะค่าเงินเยนที่แข็ง
และที่ต้องขีดเส้นใต้ตัวโตๆ เอาไว้ก็คือ ส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาน้ำท่วมในไทย
เพราะน้ำท่วมทำให้อุตสาหกรรมหลายประเภทของญี่ปุ่นต้องหยุดชะงักไป เนื่องจากต้องอาศัยชิ้นส่วนที่ผลิตจากไทยนั่นเอง
นี่แหละประเด็นสำคัญ
ช่วงระหว่างน้ำท่วมและหลังน้ำลด ข่าวที่เคยได้ยินได้ฟังกันก็คือ น้ำท่วมส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมข้ามชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย
ที่เจอหนักๆ อาทิ ชิ้นส่วนและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จนทำให้เกิดปัญหาเครื่องคอมพิวเตอร์ในโลกขาดตลาด เพราะไม่มีชิ้นส่วนจากไทยไปป้อน
นอกจากนั้น อุตสาหกรรมที่รู้กันดีว่ามีปัญหา คือ รถยนต์ โดยเฉพาะจากญี่ปุ่นที่ย้ายฐานการผลิตมายังไทย
ยักษ์ใหญ่วงการรถยนต์หลายแห่งเจอผลกระทบอย่างรุนแรง ถึงขนาดไม่ประกาศการคาดการณ์ถึงผลการดำเนินงานเพราะน้ำท่วม
นั่นคือภาพที่เห็นในช่วงแรก โดยผลกระทบมองเฉพาะระดับบริษัทต่างๆ เท่านั้น
แต่ทว่าผลกระทบที่เกี่ยวเนื่องตามมา กลายเป็นการลุกลามระดับประเทศเสียแล้ว
ตัวอย่างที่เห็นชัดก็คือ ญี่ปุ่น เมื่ออุตสาหกรรมหลายประเภทมีปัญหาผลิตไม่ได้ ย่อมส่งผลกระทบถึงภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และทำให้เศรษฐกิจหดตัวติดลบ
ปัญหาน้ำจึงเป็นเรื่องใหญ่ ชี้เป็นชี้ตาย
ถึงบอกแล้วว่าต้องทำให้เป็นวาระแห่งชาติ ให้เกิดความมีส่วนร่วม เป็นเจ้าของ และร่วมกันเสียสละ
เพราะห้ามมีคำว่าพลาด ต้องเอาอยู่สถานเดียว







