
วาระแห่งชาติ
รัฐบาลจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำใกล้สมบูรณ์แล้ว และได้มีการแถลงข้อมูลเนื้อหาเป็นระยะ
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
รัฐบาลจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำใกล้สมบูรณ์แล้ว และได้มีการแถลงข้อมูลเนื้อหาเป็นระยะ
ตามแผนแม่บท แบ่งแนวทางการแก้ไขปัญหาอุทกภัยเป็นระยะสั้นและระยะยาว โดยจะมีการฟื้นฟูระบบป้องกันที่มีอยู่ รวมทั้งสร้างของใหม่ขึ้นมา ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ
ในขั้นต้นน้ำจะมีการปลูกป่าตามแนวพระราชดำริ ซึ่งรักษาระบบนิเวศน์และหน้าดิน ไม่ให้น้ำไหลรุนแรง รวมทั้งจะมีการซ่อมแนวคันกั้นน้ำ บูรณาการทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลจะร่วมมือกับภาคเอกชนในการปลูกป่า โดยจะมีการแบ่งเขตพื้นที่ พร้อมจะมีการปลูกพืชเศรษฐกิจและพืชพลังงานทดแทน
นอกจากนี้ จะมีการสร้างฟลัดเวย์และมีการคำนวณแนวป้องกันน้ำล้นตลิ่ง เสริมถนนให้เป็นแนวคันกั้น รวมถึงจะมีกองทุนประกันภัย 5 หมื่นล้าน เพื่อช่วยบริษัทประกันภัย
ในแง่การบริหารจัดการ จะจัดตั้งองค์กรบริหารจัดการน้ำเพื่อให้การบริหารจัดการอยู่ในองค์กรเดียว ไม่กระจายไปอย่างที่เป็นอยู่
สิ่งสำคัญคือการป้องกันนิคมอุตสาหกรรมและพื้นที่เศรษฐกิจ
ทั้งหมดเป็นภาพคร่าวๆ ของแผนการบริหารน้ำ
แต่ทว่าหัวใจสำคัญของการป้องกันน้ำ ไม่ใช่อยู่ที่การมีแผนทำงานหรือไม่
และคงไม่ใช่อยู่ที่รัฐบาลมีเงินพอเพียงหรือเปล่า
สิ่งสำคัญสุดก็คือ ประชาชนทั้งประเทศต้องเอาด้วย ต้องเห็นดีเห็นงาม และให้การสนับสนุนแผนป้องกันน้ำ
นี่แหละ คือจุดชี้เป็นชี้ตาย
เพราะอย่าลืมว่า การบริหารน้ำจะมีความเกี่ยวพันกับคนจำนวนมาก ทั้งคนที่จะต้องอยู่ในแนวระบายน้ำ และพื้นที่ซึ่งน้ำจะไม่ท่วม
อย่าลืมว่า การบริหารน้ำ แม้จะมีองค์กรบริหารเพียงองค์กรเดียว จะต้องมีการสอดประสานงานกัน
อย่าลืมว่า แผนแม่บทการบริหารน้ำ เกี่ยวเนื่องกับงบประมาณมหาศาลที่จะระดมเข้ามาในอนาคต
และอย่าลืมว่า แผนแม่บทน้ำ จะก่อให้เกิดการได้เปรียบ เสียเปรียบ กันทางการเมือง
รัฐบาลจึงจำเป็นต้องกำหนดแผนแม่บทบริหารน้ำ เป็น วาระแห่งชาติ ดึงทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามา สร้างการยอมรับ และรวมถึงรับฟังคำวิจารณ์อย่างเต็มที่
เพราะการบริหารจัดการน้ำว่าไปแล้ว ไม่ใช่การชี้อนาคตของรัฐบาล แต่เป็นการตัดสินอนาคตของบ้านเมือง
หากสำเร็จ บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้
แต่ถ้าล้มเหลว ก็คงจบเห่ด้วยกันหมด
นี่แหละ คือภารกิจและสิ่งที่ต้องทำ







