
อยากมีบ้าง
ประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ยื่นเสนอร่างแผนปรับขึ้นภาษีคนรวย
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ยื่นเสนอร่างแผนปรับขึ้นภาษีคนรวย ต่อสภาคองเกรสเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
แผนดังกล่าวซึ่งถูกขนานนามว่า ภาษีบัฟเฟตต์ (Buffett Tax) นี้ เป็นส่วนหนึ่งของชุดมาตรการลดการขาดดุลงบประมาณอันมหาศาล โดยจะกำหนดให้บรรดาผู้มีอันจะกินต้องจ่ายภาษีเงินได้ในสัดส่วนที่เท่ากับพวกชนชั้นกลาง
เหตุผลที่ถูกเรียกขานว่า ภาษีบัฟเฟตต์ ก็เพราะ วอร์เรน บัฟเฟตต์ อภิมหาเศรษฐีระดับต้นๆ ของโลกที่เป็นผู้กระตุ้นให้รัฐบาลอเมริกัน เก็บภาษีบุคคลที่เป็นมหาเศรษฐีเสียที เนื่องจากบ่อยครั้งมักจ่ายภาษีน้อยกว่าคนชั้นกลางเสียอีก
กฎหมายของสหรัฐนั้นบัญญัติไว้ว่า รายได้จากการลงทุน เป็นต้นว่า กำไรจากการซื้อขายหุ้น (Capital Gains) เงินปันผล ตลอดจนกำไรจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย ที่จ่ายให้กับผู้จัดการการลงทุนและหุ้นส่วนกองทุนป้องกันความเสี่ยงนั้น ไม่ถือเป็นเงินได้ทั่วไป จึงถูกหักภาษีน้อยกว่าเงินได้ทั่วไปที่เป็นค่าจ้างแรงงาน
นอกจากนี้ เศรษฐีอเมริกันยังจ่ายภาษีประเภทสวัสดิการสังคมโดยคิดคำนวณจากรายได้เพียง 106,800 เหรียญสหรัฐแรกเท่านั้น
เมื่อสหรัฐอเมริกาประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ วอร์เรน บัฟเฟตต์ จึงออกมาเสนอแนะว่า คนร่ำรวยควรต้องเสียภาษีเพิ่มได้แล้ว
แผนขึ้นภาษีคนรวยนี้จะกระทบต่อผู้เสียภาษีเพียง 0.3% หรือไม่ถึง 4.5 แสนคน จากจำนวนผู้เสียภาษีในสหรัฐ ทั้งหมด 144 ล้านคน แต่คนมีเงินเหล่านี้ถือครองความมั่งคั่งมหาศาล
ประธานาธิบดีโอบามาเตรียมประกาศแผนขึ้นสำหรับบรรดาเศรษฐีที่รายได้ต่อปีมากกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยต้องจ่ายภาษีในอัตราขั้นต่ำสุดเท่ากับเงินภาษีของครอบครัวชนชั้นกลาง
อย่างไรก็ตาม ร่างแผนฉบับนี้มีโอกาสสูงยิ่งที่จะไม่ผ่านสภาล่างซึ่งมีพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากอยู่
แผนดังกล่าวถูกยื่นเข้าสภาในช่วงที่ประธานาธิบดีโอบามากำลังพยายามผลักดันร่างกฎหมายขยายการจ้างงานมูลค่า 4.47 แสนล้านเหรียญสหรัฐ โดยมุ่งหวังว่าจะสามารถลดอัตราการว่างงานของประเทศซึ่งปัจจุบันสูงลิ่วแตะ 9.1% ลงได้
นี่แหละ เห็นเรื่องราวในบ้านเมืองเขาแล้ว ต้องถอนหายใจ ทำไมเมืองไทยถึงจะมีคนอย่างบัฟเฟตต์มากๆ
ที่เห็นและเป็นอยู่ ปกติมักจะชอบเลี่ยงภาษี ใช้อำนาจทางการเมือง ทางเศรษฐกิจงุบงิบกันเต็มปากเต็มคำ
บ้านเมืองเราทำไมถึงน่าสงสารอย่างนี้







