ดีแล้ว

  • วันที่ 07 ก.ย. 2554 เวลา 07:00 น.

โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

เบาใจไปได้บ้าง เมื่อทั้งยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ

เศรษฐกิจพูดชัด การตั้งกองทุนความมั่งคั่งไม่ใช่นโยบายเร่งด่วน และหากจะตั้งก็ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นด้วย

นอกจากนั้น ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง ก็ยืนยันเป็นแค่การศึกษาเฉยๆ และต้องการให้คิดกันเท่านั้น

ถือว่าทั้งหมดเป็นการออกมาในจังหวะที่ถูกต้องเหมาะสม ไม่เช่นนั้นมีหวังบานปลาย

รัฐบาลประกาศตั้งแต่แรก จะเน้นนโยบายสมานฉันท์

แต่การที่จะเอาทุนสำรองไปใช้ตั้งกองทุนความมั่งคั่ง ก่อให้เกิดความขัดแย้งอย่างคาดไม่ถึง

องค์กรที่เดือดร้อนแรกๆ คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธนาคารชาติ ที่ต้องดูแลทุนสำรองระหว่างประเทศ

พ้นจากนี้ยังมีพระป่าที่ท่านกำลังปฏิบัติธรรมอยู่ดีๆ ก็ต้องออกมาคัดค้าน

อย่าลืม คราวบ้านเมืองย่ำแย่ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน แห่งวัดป่าบ้านตาด ระดมศรัทธาคนทั้งประเทศ ให้นำทองคำเข้าคลังหลวงซึ่งอยู่ในทุนสำรองระหว่างประเทศ และให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน

หลวงตามหาบัวท่านเอาชีวิตเป็นเดิมพัน แม้ท่านละสังขาร พินัยกรรมยังให้นำทรัพย์ทุกอย่างซื้อทองคำเข้าคลังหลวง และกำชับลูกศิษย์ หลานศิษย์ดูแลคลังหลวงให้ดี หากจะเอามาใช้ก็ต้องคราวคับขันจำเป็น

แต่นี่รัฐบาลเข้ามา ก็ก่อให้เกิดความเข้าใจว่าจะเอาทุนสำรอง เอาคลังหลวงไปใช้

จริงอยู่แม้จะมีแนวคิดการสร้างเสถียรภาพ และการเติบโตให้ทุนสำรองเป็นสิ่งที่น่าคิดหรือคิดได้ แต่เรื่องบางเรื่องต้องระมัดระวัง

ถึงเคยบอกว่า รัฐบาลอยากแก้ปัญหาบ้านเมือง แก้ความเหลื่อมล้ำก็ทำไปเถอะ

แต่อะไรที่มันจะยุ่งก็อย่าไปแตะ