
ธีระชัย-ใช้ไม่ได้
ภายหลังการรับตำแหน่งทางการเมืองไม่นานนัก ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ภายหลังการรับตำแหน่งทางการเมืองไม่นานนัก ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็แสดงถึงความใช้ไม่ได้ให้เห็น
ธีระชัย ต้องการผลักดันเอาทุนสำรองระหว่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในฝ่ายออกบัตร หรือคลังหลวงไปใช้ ก็ดำเนินการทุกวิธี แม้กระทั่งการโจมตีองค์กรที่ตัวเองเคยอยู่
เหตุผลที่จะเอาเงินคลังหลวงไปใช้นั้น ข้อหาหนักสุดของธีระชัยก็คือ ธนาคารชาติบริหารไม่เป็น โดยมีผลขาดทุนจากดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยนสูงถึง 117,473 ล้านบาท รวมถึงยังมีขาดทุนจากการตีราคาหลักทรัพย์อีก 260,211 ล้านบาท
สิ้นปี 2553 ธีระชัยบอกว่าธนาคารชาติ มีส่วนของทุนติดลบมหาศาลถึง 431,829 ล้านบาท ถ้าเป็นธุรกิจเอกชนก็จะต้องปิดกิจการไปแล้ว
นี่แหละ คือสิ่งที่ขุนคลังชื่อธีระชัยเขียนเอาไว้
และหลายคนคงลืมไปว่า ธีระชัย เป็นนักเรียนทุนรุ่นที่ 10 ของธนาคารชาติ
จบจากเมืองนอกมา ธีระชัยทำงานที่ธนาคารชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520 จนถึงปี พ.ศ. 2545 ก็เติบใหญ่เป็นถึงรองผู้ว่าการ และค่อยย้ายไปเป็นเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต.
นี่แหละ นักเรียนทุนแบงก์ชาติ ลูกหม้อแบงก์ชาติ พอเข้าสู่วงการเมืองก็ขย่มองค์กรที่ตัวเคยอยู่ได้อย่างเต็มเขี้ยว
ไปอ่านเอาเถอะคำวิจารณ์ของธีระชัยไม่เคยแก้ต่างหรือให้ความเป็นธรรมกับธนาคารชาติสักนิดว่า ที่ต้องขาดทุน ก็เพราะเป็นปัญหาต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2540 เป็นดินพอกหางหมูมามากกว่า 10 ปี
นอกจากนั้น การที่แบงก์ชาติขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน ส่วนหนึ่งก็มาจากที่ต้องไปแทรกแซงเงินบาทไม่ให้แข็งเกิน จึงจำเป็นต้องซื้อเงินดอลลาร์เข้ามาเก็บ เมื่อเงินดอลลาร์อ่อนค่า ก็ต้องขาดทุน
และที่สำคัญก็คือ กฎหมายแบงก์ชาติล็อกไม่ให้นำทุนสำรองไปลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง และให้ลงทุนได้ในสินทรัพย์ไม่กี่ประเภทเท่านั้น
สิ่งเหล่านี้ธีระชัยไม่เคยพูด ไม่อธิบายแทนสักนิด แต่กลับกระทำสิ่งตรงกันข้าม







