posttoday
ตลท. เดิมพัน 8 กติกาใหม่ รีเซ็ตเกมหุ้นไทย ลดต้นทุนซื้อขาย-คุม HFT ชอร์ตเซล ปลุกเชื่อมั่นนักลงทุน

ตลท. เดิมพัน 8 กติกาใหม่ รีเซ็ตเกมหุ้นไทย ลดต้นทุนซื้อขาย-คุม HFT ชอร์ตเซล ปลุกเชื่อมั่นนักลงทุน

10 ตุลาคม 2569

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ดีเดย์บังคับใช้ 8 มาตรการซื้อขายใหม่ ตั้งแต่ 16 พ.ย 2569 ปรับลด Tick Size หุ้นราคา 5-50 บาท ยกระดับเกณฑ์ Short Selling คุมบัญชีส่งคำสั่งถี่แต่จับคู่ต่ำ พร้อมยกเลิก Dynamic Price Band และ Minimum Resting Time หวังลดต้นทุน เพิ่มสภาพคล่อง สร้างความเท่าเทียมและฟื้นความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย

KEY

POINTS

  • ตลาดหลักทรัพย์ฯ ดีเดย์บังคับใช้ 8 มาตรการซื้อขายใหม่ ตั้งแต่ 16 พ.ย.69 ปรับลด Tick Size หุ้นราคา 5-50 บาท
  • ยกระดับเกณฑ์ Short Selling คุมบัญชีส่งคำสั่งถี่แต่จับคู่ต่ำ พร้อมยกเลิก Dynamic Price Band
  • และ Minimum Resting Time หวังลดต้นทุน เพิ่มสภาพคล่อง สร้างความเท่าเทียมและฟื้นความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย

ตลาดหุ้นไทยกำลังเดินเข้าสู่จุดเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2569 ถูกกำหนดให้เป็นวันเริ่มต้นของกติกาการซื้อขายชุดใหม่ 8 มาตรการจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ภายใต้การนำของ “อัสสเดช คงสิริ” กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มุ่งปรับสมดุลระหว่างสภาพคล่อง ต้นทุนการลงทุน และเสถียรภาพของตลาดทุนไทย

 

โจทย์สำคัญไม่ได้อยู่เพียงการปรับตัวเลขหรือแก้ไขข้อกำหนดในระบบซื้อขาย แต่คือการทำให้ตลาดหุ้นไทยเป็นสนามที่ผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มแข่งขันกันได้อย่างเท่าเทียมมากขึ้น ในวันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อการส่งคำสั่งซื้อขาย ขณะที่ความผันผวนของราคาหุ้นและต้นทุนการลงทุนยังเป็นประเด็นที่ตลาดทุนต้องรับมือ

 

8 มาตรการครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการปรับกติกาของสนามแข่งขัน ตั้งแต่การลดต้นทุนซื้อขาย ไปจนถึงการกำกับพฤติกรรมที่อาจสร้างภาระให้ระบบตลาด

 

หนึ่งในจุดเปลี่ยนที่ผู้ลงทุนสัมผัสได้โดยตรง คือ การปรับลดช่วงราคาซื้อขาย หรือ Tick Size สำหรับหุ้นที่มีราคาระหว่าง 5-50 บาทต่อหุ้น เพื่อให้ส่วนต่างราคาแคบลง เพิ่มโอกาสในการจับคู่คำสั่งซื้อขาย และช่วยลดต้นทุนการซื้อขายในภาพรวม

 

แม้จะเป็นการปรับเปลี่ยนเพียงช่วงราคาในระบบ แต่สำหรับผู้ลงทุนที่ซื้อขายหุ้นเป็นประจำ ความแตกต่างของราคาอาจมีผลต่อการวางคำสั่งและต้นทุนสะสม ขณะที่ตลาดเองคาดหวังว่าจะได้รับประโยชน์จากสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จริงยังต้องติดตามหลังเริ่มใช้มาตรการ
 

อีกด้านที่ถูกจับตามองคือ การปรับเกณฑ์ Short Selling หรือการขายชอร์ต โดยในภาวะปกติจะใช้เกณฑ์ Zero-Plus Tick ซึ่งกำหนดให้ราคาขายชอร์ตต้องเท่ากับหรือสูงกว่าราคาซื้อขายครั้งล่าสุด

 

แต่หากราคาปิดของหลักทรัพย์ลดลงตั้งแต่ 10% เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า จะเปลี่ยนไปใช้เกณฑ์ Uptick ในวันทำการถัดไป โดยต้องขายในราคาสูงกว่าราคาซื้อขายครั้งล่าสุด

 

แนวทางนี้สะท้อนความพยายามของ ตลท. ในการเพิ่มความยืดหยุ่นให้การซื้อขายในภาวะปกติ ขณะเดียวกันก็เพิ่มข้อจำกัดเมื่อหุ้นเผชิญแรงกดดันด้านราคาอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังจำกัดหลักทรัพย์ที่ขายชอร์ตได้ไว้ในกลุ่ม SET100 หลักทรัพย์อ้างอิงของ Single Stock Futures รวมถึง DR และ ETF

 

อีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ การจัดระเบียบการซื้อขายที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี

 

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับเกณฑ์การขึ้นทะเบียนการซื้อขายที่มีลักษณะเฉพาะ โดยพิจารณาจากการใช้ช่องทางส่งคำสั่งเฉพาะราย หรือ Dedicated API รวมถึงลักษณะการซื้อขายแบบ High Frequency Trading (HFT) ที่เกี่ยวข้องกับความถี่และความเร็วในการส่งคำสั่ง สถานะสิ้นวัน และมูลค่าการซื้อขายรายวัน

 

ขณะเดียวกัน บัญชีที่ส่งคำสั่งซื้อขายจำนวนมากแต่เกิดการจับคู่ซื้อขายในสัดส่วนต่ำ หรือมี High Order-to-Trade Ratio (OTR) จะต้องรับภาระค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมตามเงื่อนไขที่กำหนด ได้แก่ มี OTR มากกว่า 50 เท่า และส่งคำสั่งเฉลี่ยมากกว่า 50 ครั้งต่อนาที โดยคิดค่าธรรมเนียม 0.15 บาทต่อรายการ เฉพาะส่วนที่เกิน 15,000 รายการต่อวัน

 

มาตรการนี้มีเป้าหมายให้ต้นทุนสะท้อนการใช้ทรัพยากรระบบซื้อขาย และลดแรงจูงใจในการส่งคำสั่งที่ไม่ก่อให้เกิดการจับคู่ซื้อขาย ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าการซื้อขายด้วยความเร็วสูงทุกกรณีจะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม แต่ต้องพิจารณาตามเงื่อนไขที่กำหนด

 

ขณะเดียวกัน ตลท. เตรียมยกเลิกข้อจำกัดอีก 3 ส่วน ได้แก่ Dynamic Price Band (DPB) ซึ่งเป็นกรอบราคาซื้อขายรายหลักทรัพย์ ยกเลิกการจำกัดหลักทรัพย์ที่ HFT สามารถซื้อขายได้ และยกเลิก Minimum Resting Time (MRT) หรือระยะเวลาขั้นต่ำที่ต้องคงคำสั่งซื้อขายไว้ในระบบ

 

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อลดอุปสรรคในการซื้อขาย เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้ลงทุน และลดภาระด้านระบบงานของบริษัทสมาชิก แต่ในอีกด้านหนึ่ง ตลาดยังต้องติดตามว่าการปรับกติกาจะส่งผลต่อรูปแบบการซื้อขายและความผันผวนของราคาอย่างไร

 

สำหรับ ตลท. การยกระดับกติกาครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้วิสัยทัศน์ The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างสภาพคล่องและเสถียรภาพ พร้อมลดต้นทุนการซื้อขายและยกระดับความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน

 

ท้ายที่สุด ความสำเร็จของมาตรการทั้ง 8 ข้อ ไม่ได้วัดกันเพียงวันที่กฎใหม่มีผลบังคับใช้ แต่ต้องพิสูจน์ผ่านผลลัพธ์จริงว่า ผู้ลงทุนมีต้นทุนลดลงหรือไม่ การจับคู่คำสั่งมีประสิทธิภาพขึ้นเพียงใด และตลาดสามารถรับมือกับความผันผวนได้ดีขึ้นหรือไม่

 

เพราะสำหรับตลาดทุน ความเชื่อมั่นไม่ได้เกิดจากกติกาที่เขียนไว้เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่ผู้ลงทุนเห็นว่ากติกานั้นทำงานได้จริง และทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสในตลาดได้อย่างเป็นธรรม.

 

ตลท. เดิมพัน 8 กติกาใหม่ รีเซ็ตเกมหุ้นไทย ลดต้นทุนซื้อขาย-คุม HFT ชอร์ตเซล ปลุกเชื่อมั่นนักลงทุน

 

ข่าวล่าสุด

'อนุทิน' มั่นใจ ศึกซักฟอก! ย้ำไม่แตกคอเพื่อไทย

'อนุทิน' มั่นใจ ศึกซักฟอก! ย้ำไม่แตกคอเพื่อไทย