
SET พักตัว น้ำมันปรับขึ้น-บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ พุ่ง จับตาซัมมิตทรัมป์-สี
InnovestX คาด SET พักตัว หลังราคาน้ำมันปรับขึ้น Bond Yield สหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น จับตาการประชุมระหว่าง ปธน.ทรัมป์ และ ปธน.สี ในวันนี้ กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ GUNKUL และ PR9
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทย (SET) อยู่ในภาวะพักตัว โดยได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้น
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ที่สูงขึ้นเป็นผลมาจากความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง
- นักลงทุนกำลังจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และจีน (ทรัมป์-สี) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งพักตัว หลังราคาน้ำมันปรับขึ้นจากท่าทีที่แข็งกร้าวของอิหร่านและสหรัฐฯ รวมทั้ง Bond Yield สหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น ท่ามกลางความกังวล Fed อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง
ขณะที่ตลาดจับตาการประชุมระหว่าง ปธน.ทรัมป์ และ ปธน.สี ในวันนี้ หลังจากรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ทั้ง 2 ฝ่าย ตกลงขยายเวลาสงบศึกการค้าถึง 10 ม.ค. ปีหน้า
นอกจากนี้ ประเด็นในประเทศวันนี้ติดตาม ตัวเลขส่งออก-นำเข้า ส.ค. ของไทย ทางเทคนิคดัชนีฟื้นขึ้นแต่อาจมีย่อตัวสลับ หากยังยืนเหนือ 1,600 จุด ได้ มองยังเป็นแนวโน้มที่ดีอยู่
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวนและมีความเสี่ยงทางลง (Downside Risk) หลังดัชนียังไม่สามารถยืนเหนือระดับแนวรับจิตวิทยาที่ 1,600 จุด ได้ อีกทั้งบรรยากาศการลงทุนยังถูกกดดัน จากปัจจัยมหภาค ได้แก่ นโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้น หลังเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์ก่อนและส่งสัญญาณ Hawkish ผ่าน Dot Plot ที่บ่งชี้ว่าอาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ หนุนให้ Bond Yield ทรงตัวสูง แรงกดดันด้านอุปทานและเงินเฟ้อ หลัง สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยืดเยื้อ หนุนให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ทรงตัวสูงเหนือ US$100/bbl
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" โดยเน้น "Buy on Dip" ผ่าน 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ ดังนี้
1. Rate Hike & Weak Baht Play ที่ได้ประโยชน์เชิงโครงสร้างจากทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ทรงตัวในระดับสูง ซึ่งสร้างความได้เปรียบด้าน Reinvestment Yield โดยกระแสเงินสดและตราสารที่ครบกำหนดอายุสามารถนำไปลงทุนใหม่ในอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้อย่างกลุ่มธนาคาร (BBL KTB) และ กลุ่มประกันชีวิต (TLI) รวมถึงกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่าอย่างกลุ่ม ส่งออก (TU)
2. Domestic Play ที่อิงรายได้ในประเทศเป็นหลัก มีอำนาจต่อรองราคาสูง และได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทำให้มีความทนทานต่อปัจจัยเสี่ยงภายนอกได้ดี ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CRC) และกลุ่มการแพทย์ (BCH PR9)
3. High Dividend Play ซึ่งคาดให้ Div. Yield สม่ำเสมอสูงเกินปีละ 5% เพื่อสร้างกระแสเงินสดและเป็นหลุมหลบภัยท่ามกลางความผันผวนของตลาด ได้แก่ BBL KTB FTREIT LHSC
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ GUNKUL ปัจจัยสนับสนุนจากโอกาสการเติบโตผ่านนโยบายภาครัฐ มาตรการสนับสนุนโซลาร์รูฟท็อป และความต้องการกำลังการผลิตพลังงานสะอาด ทำให้ได้ประโยชน์ในฐานะผู้จำหน่าย, ผู้ติดตั้ง และผู้เข้าร่วมประมูล ประเมินกำไรสุทธิปี 2569 จะเติบโต 31% และเติบโตต่อเนื่องที่ 12% ในปี 2570 เป้าหมายระยะสั้นที่ 5.45 บาท
PR9 มองว่าจะได้รับผลกระทบจำกัดจากปัจจัยภายนอกที่ตึงเครียดขึ้น ขณะที่ผลประกอบการในครึ่งหลังปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งจากจำนวนผู้ป่วยในประเทศที่ฟื้นตัว และผู้ป่วยต่างประเทศที่ทยอยกลับมารับบริการ, รายได้จากบริการการแพทย์ซับซ้อนสูงขึ้น และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ เป้าหมายระยะสั้นที่ 19.90 บาท







