
น้ำมันร่วงแรง-บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ย่อ หนุน SET ลุ้นขึ้นต่อ ยืนเหนือ 1,600 จุด
InnovestX คาด SET แกว่งขึ้นได้ต่อ ยืนเหนือ 1,600 จุด หนุนจากราคาน้ำมันร่วงลงแรง และ Bond Yield สหรัฐฯ ย่อตัวลง กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ GPSC และ KCE
KEY
POINTS
- ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงแรงและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ย่อตัวลงเป็นปัจจัยบวกหนุนตลาดหุ้นไทย
- ปัจจัยดังกล่าวสร้าง Sentiment เชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง ทำให้ดัชนี SET มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ
- ดัชนีมีแนวโน้มทดสอบและพยายามยืนเหนือแนวรับทางจิตวิทยาที่ระดับ 1,600 จุด เพื่อสร้างภาพรวมการลงทุนที่ดีขึ้น
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งขึ้นได้ต่อ หนุนจากราคาน้ำมันที่ร่วงลงแรง รับข่าวผู้นำสหรัฐฯ พร้อมที่จะเจรจากับอิหร่าน รวมทั้ง Bond Yield สหรัฐฯ ที่ย่อตัวลง สร้าง Sentiment เชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยคาดกลุ่มอิเล็กฯ ปรับขึ้นตามกลุ่ม Tech ที่ขยับขึ้น รวมทั้งหุ้น Anti-Oil วันนี้ติดตามการประชุม ครม. พิจารณาขยายโครงการไทยช่วยไทยพลัส รวมถึงการปรับแผนพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 ช่วงที่ 2 ทางเทคนิค ดัชนีดีดตัวขึ้น หากยืนเหนือ 1,600 จุด ได้ ภาพรวมจะดีขึ้นเป็นลำดับ
ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SET แกว่งตัวผันผวนและมีความเสี่ยงทางลง (Downside Risk) หลังดัชนียังไม่สามารถยืนเหนือระดับแนวรับจิตวิทยาที่ 1,600 จุด ได้ อีกทั้งบรรยากาศการลงทุนยังถูกกดดัน จากปัจจัยมหภาค ได้แก่ นโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้น หลังเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์ก่อนและส่งสัญญาณ Hawkish ผ่าน Dot Plot ที่บ่งชี้ว่าอาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ หนุนให้ Bond Yield ทรงตัวสูง แรงกดดันด้านอุปทานและเงินเฟ้อ หลัง สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยืดเยื้อ หนุนให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ทรงตัวสูงเหนือ US$100/bbl
ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" โดยเน้น "Buy on Dip" ผ่าน 3 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ ดังนี้
1. Rate Hike & Weak Baht Play ที่ได้ประโยชน์เชิงโครงสร้างจากทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ทรงตัวในระดับสูง ซึ่งสร้างความได้เปรียบด้าน Reinvestment Yield โดยกระแสเงินสดและตราสารที่ครบกำหนดอายุสามารถนำไปลงทุนใหม่ในอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้อย่างกลุ่มธนาคาร (BBL KTB) และ กลุ่มประกันชีวิต (TLI) รวมถึงกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่าอย่างกลุ่ม ส่งออก (TU)
2. Domestic Play ที่อิงรายได้ในประเทศเป็นหลัก มีอำนาจต่อรองราคาสูง และได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทำให้มีความทนทานต่อปัจจัยเสี่ยงภายนอกได้ดี ได้แก่ กลุ่มพาณิชย์ (CPALL CRC) และกลุ่มการแพทย์ (BCH PR9)
3. High Dividend Play ซึ่งคาดให้ Div. Yield สม่ำเสมอสูงเกินปีละ 5% เพื่อสร้างกระแสเงินสดและเป็นหลุมหลบภัยท่ามกลางความผันผวนของตลาด ได้แก่ BBL KTB FTREIT LHSC
สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ GPSC ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากราคาเชื้อเพลิงที่ปรับลง และมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตผ่านการขยายกำลังการผลิตจาก PDP2026 นโยบาย Direct PPA และในอินเดีย ผ่าน Avaada Energy ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามอุตฯ Data Center และการศึกษาโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก เป้าหมายระยะสั้นที่ 49.00 บาท
KCE ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากโมเมนตัมการปรับขึ้นของหุ้นเทคฯ โลก และความต้องการ Humanoid Robot ในภาคอุตฯ ที่คาดจะเติบโตก้าวกระโดดในระยะต่อไป ผลประกอบการครึ่งหลังปี 2569 คาดจะเติบโตต่อเนื่อง จากการปรับขึ้นราคาขาย การขยายกำลังการผลิต HDI และการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ เป้าหมายระยะสั้นที่ 70.00 บาท







