
ไทยเที่ยวไทยพลัส ส่อเลื่อนไป เม.ย.70 กระตุ้นดีมานด์โลว์ซีซันกลุ่มท่องเที่ยว
“ไทยเที่ยวไทยพลัส” มีแนวโน้มเลื่อนไป เม.ย.70 เลี่ยงอัดฉีดซ้ำซ้อนช่วงไฮซีซัน โบรกฯ มองเป็นกลาง กระตุ้นดีมานด์โลว์ซีซันกลุ่มท่องเที่ยว ให้น้ำหนักลงทุนกลุ่มท่องเที่ยว “เท่าตลาด” ชู ERW ได้ประโยชน์สูงสุด
KEY
POINTS
- “ไทยเที่ยวไทยพลัส” มีแนวโน้มเลื่อนไป เม.ย.70 เลี่ยงอัดฉีดซ้ำซ้อนช่วงไฮซีซัน
- โบรกฯ มองเป็นกลาง กระตุ้นดีมานด์โลว์ซีซันกลุ่มท่องเที่ยว
- ให้น้ำหนักลงทุนกลุ่มท่องเที่ยว “เท่าตลาด” ชู ERW ได้ประโยชน์สูงสุด
การปรับเปลี่ยนกรอบเวลาของโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวขนาดใหญ่ กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เมื่อกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เตรียมพิจารณาเลื่อนการใช้สิทธิ์ในโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ออกไปเริ่มในช่วงเดือน เม.ย.2570 เพื่อหลีกเลี่ยงการอัดฉีดงบประมาณซ้ำซ้อนในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season)
โดยกรอบเวลาเดิมวางไว้ 2 ช่วง ได้แก่ วันที่ 1 พ.ย.-15 ธ.ค.2569 และ 16 ม.ค.-28 ก.พ.2570 ก่อนที่จะมีแนวโน้มปรับใหม่ไปเริ่มตั้งแต่ เดือน เม.ย.2570 เป็นต้นไป
อย่างไรก็ตาม กำหนดการใหม่ยังไม่มีข้อสรุปและจะต้องหารือกับภาคเอกชนก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา
ทั้งนี้ งบประมาณคงเดิมที่ 4,000 ล้านบาท จำนวน 1ล้านสิทธิ์ และเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ไม่เปลี่ยนแปลง โดยมีรูปแบบ ดังนี้
(1) ค่าที่พัก สูงสุด 1,500บาท/คืน/สิทธิ์ สูงสุด 5 คืน
(2) คูปองท่องเที่ยว รูปแบบ Co-payment โดยแบ่งเป็นเมืองหลัก 1,500 บาท/วัน และเมืองรอง 2,000 บาท/วัน
(3) ร้านอาหาร สปา นวด รถรับจ้าง 2,000 บาท หากใช้จ่ายในเมืองรอง
เลื่อนไทยเที่ยวไทยพลัส แต่ไฮซีซันยังแกร่งด้วยอีเวนต์ระดับโลก
สำหรับการเลื่อนโครงการออกไปจากช่วงปลายปี 2569 บล.ลิเบอเรเตอร์ มองเป็นกลางต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว เนื่องจากการปรับเปลี่ยนนี้เป็นเพียงการขยับช่วงเวลา ไม่ใช่การยกเลิกโครงการ อีกทั้งช่วงเวลาเดิมอยู่ในช่วง High Season ที่มีอุปสงค์ตามฤดูกาลในระดับสูงอยู่แล้ว
นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาส 4/2569 ยังมีปัจจัยบวกหนุนบรรยากาศการท่องเที่ยวจากงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ระดับโลก ได้แก่
- การประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF-World Bank Group Annual Meetings) ในเดือน ต.ค.2569
- เทศกาลดนตรีระดับโลก Tomorrowland Thailand ในเดือน ธ.ค.2569
ปัจจัยเหล่านี้คาดว่าจะช่วยสนับสนุนอุปสงค์และสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวให้คึกคักอย่างต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องพึ่งพางบกระตุ้นเพิ่มเติมในช่วงดังกล่าว
ผลบวกช่วง Low Season เจาะหุ้นเด่นได้รับประโยชน์
นอกจากนี้ ในกรณีที่โครงการสามารถใช้สิทธิ์ได้ในช่วงเดือน เม.ย.2570 ซึ่งตรงกับช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวต่ำ (Low Season) คาดกระตุ้นดีมานด์การท่องเที่ยว ส่งผลบวกต่อผลการดำเนินงานของกลุ่มท่องเที่ยวช่วงไตรมาส 2-3/2570
ในเชิงการลงทุน บล.ลิเบอเรเตอร์ ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มท่องเที่ยว “เท่าตลาด” ยังคงชอบ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW จากสัดส่วนรายได้จากโรงแรมในประเทศไทยสูงสุดในกลุ่มราว 88% ประกอบกับพอร์ตโรงแรมระดับ Economy-Midscale ที่มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากรูปแบบการอุดหนุนค่าที่พักแบบ Flat rate มากกว่าโรงแรมระดับ Luxury
ดังนั้น เลือก ERW เป็นหุ้นเด่น จากปัจจัยหนุน ดังนี้
(1) แนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาไทยในช่วงครึ่งปีหลัง
(2) รับปัจจัยบวกจากวันชาติจีน ช่วงปลายเดือน ก.ย.-ต้นเดือน ต.ค. โดยบริษัทมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวจีนราว 14%
(3) ปัจจัยฤดูกาลท่องเที่ยวช่วงไตรมาส 4/2569
(4) การจัดงานขนาดใหญ่ เช่น IMF-World Bank ที่จะเกิดขึ้นในเดือน ต.ค. และงาน Tomorrowland Thailand เดือน ธ.ค.
(5) Catalyst จากการทยอยรีโนเวทโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ คาดดัน ADR ราว Double digit และแนวโน้มการลดลงของต้นทุนทางการเงินตามแผนการรีไฟแนนซ์เงินกู้







