
SET ฟื้นตัวในกรอบ 1,570-1,587 จุด จับตาจ้างงานสหรัฐฯ ชู BDMS หุ้นเด่น
บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดหุ้นไทยแกว่งฟื้นตัวในกรอบ 1,570-1,587 จุด หลัง Bond Yield ชะลอลงและดอลลาร์อ่อนค่า แนะเลือกหุ้นกำไรครึ่งปีหลังโดดเด่น ชูหุ้น BDMS โดดเด่น เคาะราคาเป้าหมาย 28.75 บาท
KEY
POINTS
- บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดหุ้นไทยแกว่งฟื้นตัวในกรอบ 1,570-1,587 จุด หลัง Bond Yield ชะลอลงและดอลลาร์อ่อนค่า
- แนะเลือกหุ้นกำไรครึ่งปีหลังโดดเด่น
- ชูหุ้น BDMS โดดเด่น เคาะราคาเป้าหมาย 28.75 บาท
บทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ตลาดหุ้นวานนี้ SET Index ปิดบวกเล็กน้อย 1.85 จุด ที่ระดับ 1,576.92 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.4 หมื่นล้านบาท โดยปรับตัวขึ้นดีระหว่างวัน ก่อนจะมีแรงขายออกมากดดันให้ดัชนีลดช่วงบวก
ภาพรวมตลาดยังอยู่ในโหมด Wait & See รอปัจจัยใหม่ สถาบันในประเทศลและรายย่อยเป็นฝ่ายขายสุทธิ 642 ล้านบาท และ 1.3 พันล้านบาทตามลำดับ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 2 พันล้านบาท และ Long สุทธิ Index Futures 1.35 หมื่นสัญญา
แนวโน้มตลาดวันนี้
ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่า SET Index จะแกว่งตัว Sideways Up ฟื้นตัวระยะสั้นในกรอบ 1,570-1,587 จุด หนุนจาก Bond Yield ที่ชะลอตัวเล็กน้อย หลังนายวอลเลอร์ระบุว่าจะสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุม Fed เดือนนี้ หากข้อมูลบ่งชี้ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อลดลง ทำให้ตลาดปรับลดความน่าจะเป็นที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยเหลือ 50% จากวันก่อนหน้าที่ 62%
ขณะที่ Dollar Index อ่อนตัวลงจากค่าเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นแรง 2% จากทั้งมาตรการแทรกแซงของทั้งสหรัฐฯและญี่ปุ่น รวมถึงแนวโน้มที่ BoJ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมเดือนนี้
ล่าสุด Bond Yield 10 ปีสหรัฐฯอยู่ที่ 4.76% ส่วนราคาน้ำมันดิบ Brent ยังยืนบริเวณ US$95 ต่อบาร์เรล โดยยังต้องติดตามการโจมตีระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านว่าจะผ่อนคลายลงได้เร็วเพียงใด
ส่วนปัจจัยสำคัญที่ตลาดรอติดตามคือตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรคืนนี้์ (ตลาดคาดเพิ่มขึ้นราว 5.5 หมื่นราย) หากออกมาต่ำกว่าที่คาด จะช่วยผ่อนคลายบรรยากาศการลงทุนช่วยกด Bond Yield ให้ปรับลงต่อได้ในระยะสั้น
อย่างไรก็ตามยังมีอีกหนึ่งตัวเลขสำคัญคือเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯเดือน ส.ค. ที่จะประกาศวันศุกร์หน้า ซึ่งจะเป็นตัวเลขสุดท้ายก่อนการประชุม Fed ในวันที่ 15-16 ก.ย. หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาดหรือชะลอตัวลงจะยิ่งเพิ่มโอกาสที่่ Fed จะคงดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้ได้และเป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง
ด้านปัจจัยในประเทศยังไม่มีประเด็นใหม่ สัปดาห์หน้าติดตามการพิจารณางบประมาณปี 70 วาระ 2-3 ของสภาฯ ส่วนปลายเดือนไฮไลท์อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญที่นัดติดสินคดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งวันที่ 28 ก.ย.
กลยุทธ์ : Selective Buy หุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวและแนวโน้มกำไร 2H26 โดดเด่น // ระยะกลาง-ยาวยัง Rotate หา Value-Domestic Play
หุ้นเด่นเดือน ก.ย : BTG, HANA, ITC, PR9, STA
FSSIA Portfolio: BA, BBL, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, ITC, PR9, SAPPE, STA, and TIDLOR
หุ้นเด่นวันนี้
BDMS แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 28.75 บาท โมเมนตัมกำไรในไตรมาส 3/69 คาดว่าจะเร่งตัวจากไตรมาสก่อน (q-q) และกลับมาโตจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน (y-y) ได้ หนุนจากรายได้เดือน ก.ค.-ส.ค. เบื้องต้นที่คาดเติบโตในกรอบ 8-10% y-y เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยยะจากช่วงครึ่งหลังปี69
บทวิเคราะห์คาดกำไรปี 2569 เติบโต 4% จากช่วงเดียวกันกับปีก่อน (y-y) และเร่งตัวขึ้นเป็น 7% ในปี 2570 ราคาหุ้น BDMS เพิ่มขึ้น 7% จากต้นปี(YTD) ยัง Laggard SET ที่เพิ่มขึ้น 25% YTD อย่างมาก คาดว่ามีโอกาสกลับมา Outperform ในฐานะ Laggard Play และ Sector Rotation ให้แนวรับ 20.20-20.10 บาท แนวต้าน 21 บาท และ 22.00 - 22.40 บาท
ประเด็นสำคัญวันนี้
(0) กลุ่ม Commerce SSS เดือน ส.ค. 2026 ยังมีทิศทางใกล้เคียงเดือน ก.ค. โดย BJC พลิกกลับมาเป็นบวกครั้งแรกของปี และกลุ่ม IT retailers เติบโตเด่นจากการเร่งซื้อ iPhone รุ่นปัจจุบันก่อนเปิดตัว iPhone 18 ขณะที่ Home-related ยังผสมผสาน โดย DOHOME และ ILM เติบโต แต่ HomePro, Mega Home และ GLOBAL อ่อนตัวลงเล็กน้อย
ส่วน Consumer staples ทรงตัว โดย 7-Eleven และ BJC ดีขึ้น ขณะที่ Lotus ยัง Underperform คาด SSS เดือน ก.ย. จะปรับดีขึ้นเล็กน้อยจาก Base effect และมาตรการไทยช่วยไทย
รวมถึงราคาสินค้าสดที่ฟื้นตัว ช่วยชดเชยผลกระทบจากฝนตกมากขึ้น เรายังชอบ BJC (TP 19.50 บาท), CPALL (TP 63 บาท) และ COM7 (TP 35 บาท) จากโอกาสฟื้นตัวและแนวโน้มกำไร 3Q26 ที่โดดเด่น
(+) AWC มีแนวโน้มกำไรเติบโตแข็งแกร่งจากการทยอยเปิดดำเนินงานของสินทรัพย์ใหม่และ Operating leverage โดยคาดกำไรปกติเติบโตเฉลี่ย 22% ต่อปีในช่วง 2025–28
ขณะที่กำไร 2H26 คาดเพิ่มขึ้น 29% y-y จากยอดจองและ RevPAR ที่เติบโตดี รวมถึงอุปสงค์ MICE และการ Ramp-up ของโรงแรม บริษัทมีแผนลงทุนราว 1 หมื่นลบ.ต่อปีในปี 2026–28 เพื่อเพิ่มโรงแรมเป็น 30 แห่งภายในปี 2028 แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2027 ที่ 3.90 บาท
(0) CPAXT มุมมองต่อ Happitat เป็นกลาง เนื่องจาก Retail occupancy ยังต่ำ การดึง Traffic และการแข่งขันยังเป็นความท้าทาย ขณะที่คาดขาดทุนปี 2026 ราว 500 ลบ.
การเข้าซื้อ TFP มูลค่า 1.31 หมื่นลบ. คาดเริ่มสร้างกำไรในปี 2027 และเพิ่มกำไรราว 1–2% แต่ SSS ของ Makro และ Lotus ฟื้นตัวช้า คงคำแนะนำ Reduce ราคาเป้าหมาย 14.50 บาท
(+) ตลาดดาวโจนส์ปิดบวก โดย Dow Jones ปิดที่ 53,686.11 จุด เพิ่มขึ้น 624.16 จุด หรือ +1.18% ขณะที่ S&P500 ปิดที่ 7,747.71 จุด เพิ่มขึ้น 81.11 จุด หรือ +1.06% และ Nasdaq ปิดที่ 26,584.06 จุด เพิ่มขึ้น 366.23 จุด หรือ +1.40%
หลังนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มดอกเบี้ย หลังคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ สมาชิกคณะผู้ว่าการเฟดส่งสัญญาณสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ หากแรงกดดันเงินเฟ้อชะลอลง
(+) ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก หลังแรงขายในตลาดพันธบัตรทั่วโลกเริ่มชะลอตัว ช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย ขณะที่นักลงทุนรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายของเฟด
(+) ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกในเช้าวันนี้ ตามทิศทางดาวโจนส์ที่ปิดพุ่งขึ้นกว่า 600 จุดเมื่อวานนี้ หลังนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย จากสัญญาณของคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ที่สนับสนุนให้เฟดคงดอกเบี้ย หากแรงกดดันเงินเฟ้อชะลอลง
(0) ค่าเงินบาททรงตัวค่อนไปทางแข็งค่า โดยอยู่ที่ 32.899 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ -0.03%
(-) ราคาน้ำมันดิบลดลง 0.11 ดอลลาร์ หรือ 0.12% ปิดที่ 95.52 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังรัสเซียส่งสัญญาณเปิดรับการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามกับยูเครน ช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับภาวะชะงักงันของอุปทาน แม้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยหนุนราคา
(+) ราคาทองคำ COMEX เพิ่มขึ้น 125.30 ดอลลาร์ หรือ 2.84% ปิดที่ 4,539.90 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ส่งสัญญาณสนับสนุนให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ย หากแรงกดดันเงินเฟ้อชะลอลง ส่งผลให้บอนด์ยีลด์และดอลลาร์ปรับตัวลง.







