
ก.ล.ต. ลงโทษทางแพ่ง 18 ราย ปั่นหุ้น META สั่งปรับ 172 ล้านบาท
ก.ล.ต. ลงโทษทางแพ่ง 18 ราย กรณีร่วมกันสร้างราคาหุ้น META ปี 61-63 สั่งปรับรวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมแบนห้ามซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และห้ามนั่งบริหาร
KEY
POINTS
- ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 18 ราย กรณีร่วมกันสร้างราคาหุ้น META ในช่วงปี 2561 – 2563
- กำหนดค่าปรับทางแพ่งและให้ชดใช้ผลประโยชน์ที่ได้รับ รวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 172 ล้านบาท
- นอกจากโทษปรับ ยังมีคำสั่งห้ามซื้อขายหลักทรัพย์และห้ามดำรงตำแหน่งกรรมการหรือผู้บริหารตามระยะเวลาที่กำหนด
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อปี 2561 – 2563 และตรวจสอบเพิ่มเติม พบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ผู้กระทำความผิด 18 ราย ซึ่งมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันในด้านความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ความสัมพันธ์เกี่ยวกับบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ ความสัมพันธ์ในพฤติกรรมการส่งคำสั่งซื้อขาย และความสัมพันธ์ทางเงินค่าซื้อและค่าขายหุ้น บริษัท เมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ META ได้แก่ (1) นายชนน วังตาล (2) นางสาวทิตานัน หรุ่นเริงใจ (3) นายพิเชษฐ์ เพิ่มทรัพย์หิรัญ (4) นายณัฐปภัสร์ เกสร์ชัยมงคล (5) นางสาวมณทิกา มงคลนาวิน (6) นายณรุจ วิวรรธนไกร (7) นายมนชิต สุรชัยดังถวิล (8) นางสาวภรณี เมฆดำรงแสง (9) นายบวร รุ่งเรืองเนาวรัตน์ (10) นางสาวกมาตยา ศรวณียารักษ์
(11) นางสาวอัญชฎา ธีรพงศ์วิษณุพร (12) นายวิสาร วิวรรธนไกร (13) นางสาวศุภลักษณ์ เศษธะพานิช (14) นายสุเมธ เศษธะพานิช (15) นายอรุต ธนาสุวรรณดิถี (16) นายไพฑูรย์ วงศ์วัชรมงคล (17) นายเสกสรร ครองพาณิชย์ และ (18) นายศุภศิษฏ์ โภคินจารุรัศมิ์ ได้ร่วมกันโดยแบ่งหน้าที่กันสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหุ้น META โดยส่งคำสั่งซื้อหรือขายหุ้น META ในลักษณะสอดรับและสนับสนุนกัน
ทั้งนี้ เป็นการส่งคำสั่งในจำนวน ราคา และภายในเวลาใกล้เคียงกัน ส่งคำเสนอซื้อปริมาณมากในหลายระดับราคาอันเป็นการขัดขวางการซื้อของบุคคลอื่น ส่งคำสั่งซื้อผลักดันราคาให้ปรับตัวสูงขึ้น และส่งคำสั่งเสนอซื้อในช่วงก่อนปิดตลาดหลักทรัพย์โดยมุ่งหมายให้ราคาปิดปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงมีการซื้อขายหุ้น META ผ่านรายการซื้อขายบนกระดานหลักทรัพย์รายใหญ่ (Big Lot) ระหว่างกันเองจำนวนมาก อันเป็นการทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อหรือขายหุ้น META และเป็นการส่งคำสั่งซื้อหรือขายหุ้น META ในลักษณะต่อเนื่องกัน ทำให้ราคาหรือ ปริมาณการซื้อหรือขายหุ้น META ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด โดยการกระทำดังกล่าวแบ่งได้เป็น 3 ช่วงเวลา แล้วแต่กรณี ดังนี้
ช่วงเกิดเหตุที่ 1 ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 – 29 มิถุนายน 2561 ผู้กระทำความผิด 12 ราย ได้แก่ นายชนน นางสาวทิตานัน นายพิเชษฐ์ นายณัฐปภัสร์ นางสาวมณทิกา นายณรุจ นายมนชิต นางสาวอัญชฎา นายวิสาร นางสาวศุภลักษณ์ นายสุเมธ และนายศุภศิษฏ์
ช่วงเกิดเหตุที่ 2 ระหว่างวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 – 28 มิถุนายน 2562 ผู้กระทำความผิด 13 ราย ได้แก่ นายชนน นางสาวทิตานัน นายพิเชษฐ์ นายณัฐปภัสร์ นางสาวมณทิกา นายณรุจ นายมนชิต นางสาวภรณี นางสาวอัญชฎา นายวิสาร นางสาวศุภลักษณ์ นายสุเมธ และนายศุภศิษฏ์
ช่วงเกิดเหตุที่ 3 ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2562 – 3 กุมภาพันธ์ 2563 ผู้กระทำความผิด 14 ราย ได้แก่ นายชนน นางสาวทิตานัน นายพิเชษฐ์ นายณัฐปภัสร์ นางสาวมณทิกา นายณรุจ นางสาวภรณี นายบวร นางสาวกมาตยา นางสาวอัญชฎา นายอรุต นายไพฑูรย์ นายเสกสรร และนายศุภศิษฏ์
การกระทำของกลุ่มผู้กระทำความผิดทั้ง 18 รายดังกล่าวข้างต้น เป็นความผิดฐานร่วมกันสร้างราคาหลักทรัพย์ ตามมาตรา 244/3(1) และ (2) ประกอบมาตรา 244/5 และ/หรือมาตรา 244/6 ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 296 มาตรา 296/1 และมาตรา 296/2 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 แล้วแต่กรณี ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับ* กับผู้กระทำความผิดทั้ง 18ราย โดยกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ได้แก่ ค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ ชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ ดังนี้
(1) ให้นายชนน ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 11,890,830 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 30.5 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 61 เดือน
(2) ให้นางสาวทิตานัน ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1,572,758 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 30.5 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 61 เดือน
(3) ให้นายพิเชษฐ์ ชำระค่าปรับทางแพ่ง และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1,521,497 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 30.5 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 61 เดือน
(4) ให้นายณัฐปภัสร์ ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 39,051,413 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 33.5 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 67 เดือน
(5) ให้นางสาวมณทิกา ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 2,614,852 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 30.5 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 61 เดือน
(6) ให้นายณรุจ ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 26,561,127 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 51 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 102 เดือน
(7) ให้นายมนชิต ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1,114,467 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 19.5 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 39 เดือน
(8) ให้นางสาวภรณี ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 4,825,646 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 19.5 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 39 เดือน
(9) ให้นายบวร ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 12,032,111 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 11 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 22 เดือน
(10) ให้นางสาวกมาตยา ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 13,130,946 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 14 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 28 เดือน
(11) ให้นางสาวอัญชฎา ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 3,057,281 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 30.5 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 61 เดือน
(12) ให้นายวิสาร ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 26,284,123 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 22.5 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 45 เดือน
(13) ให้นางสาวศุภลักษณ์ ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 3,728,194 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 19.5 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 39 เดือน
(14) ให้นายสุเมธ ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 13,180,759 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 22.5 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 45 เดือน
(15) ให้นายอรุต ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1,991,636 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 11 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 22 เดือน
(16) ให้นายไพฑูรย์ ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 5,536,886 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 11 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 22 เดือน
(17) ให้นายเสกสรร ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ และชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 2,949,746 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 11 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 22 เดือน
(18) ให้นายศุภศิษฏ์ ชำระค่าปรับทางแพ่งและชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1,521,497 บาท ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเวลา 48 เดือน และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 96 เดือน
มาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ได้แก่ การห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และการกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารดังกล่าวข้างต้น จะมีผลตามที่ระบุบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด หากผู้กระทำความผิดไม่ยินยอม ก.ล.ต. จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่งเพื่อกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราที่อัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติโดยไม่ต่ำกว่าอัตราที่ ค.ม.พ. กำหนด
ทั้งนี้ เงินค่าปรับทางแพ่งและเงินค่าชดใช้คืนผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการกระทำความผิดเป็นรายได้แผ่นดินที่นำส่งกระทรวงการคลัง







