
TTB ร่วง 4.14% หลัง ING ขายหุ้นเหลือถือ 11.6% ยันไม่กระทบโครงสร้างบริหาร
ราคาหุ้น TTB ร่วง 4.14% หลัง ING ขายหุ้นให้นักลงทุนสถาบัน มูลค่า 475 ล้านยูโร ลดสัดส่วนเหลือถือ 11.6% ยืนยันไม่ส่งผลกระทบการดำเนินงานและโครสร้างการบริหาร ช่วยเพิ่มสภาพคล่อง และ Free Float ในระยะยาว
KEY
POINTS
- ธนาคาร ING ขายหุ้น TTB ผ่านการทำ Big Lot ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นลดลงจาก 19.5% เหลือ 11.6%
- ราคาหุ้น TTB ปรับตัวลดลง 4.14% มาอยู่ที่ 2.78 บาท หลังเกิดรายการซื้อขายดังกล่าว
- TTB ชี้แจงว่าการขายหุ้นของ ING ไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหาร การดำเนินงาน และกลยุทธ์หลักของธนาคาร ช่วยเพิ่มสภาพคล่อง และ Free Float ในระยะยาว
ตามที่เมื่อวันที่ 18 ส.ค.2569 ING Bank N.V. (ING) หนึ่งในผู้ถือหุ้นของ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ได้รายงานผลการเสนอขายหุ้นสามัญของธนาคารผ่านการเสนอขายหุ้นแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement) ให้แก่นักลงทุนสถาบัน เป็นมูลค่าประมาณ 475 ล้านยูโร โดย ING ระบุว่าเป็นการบริหารเงินทุนในเชิงรุกอย่างต่อเนื่องและเป็นแนวทางการจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพอร์ตการลงทุน
ทั้งนี้ ภายหลังการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ซึ่งน่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 21 ส.ค.2569 ING คาดว่าสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารจะลดลงจาก 19.5% มาอยู่ที่ 11.6% ของจำนวนหุ้นที่ไม่รวมหุ้นซื้อคืน (Treasury Shares) ที่ธนาคารถืออยู่
สืบเนื่องจากการรายงานของ ING ดังกล่าว ล่าสุด TTB ชี้แจงข้อเท็จจริงและความเห็นต่อธุรกรรมดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ดังนี้
1. การบริหารจัดการการลงทุนของผู้ถือหุ้นโดยตรง: ธุรกรรมดังกล่าวเป็นการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนตามนโยบายและกลยุทธ์การลงทุนของผู้ถือหุ้นโดยตรง ซึ่งเป็นเรื่องที่ธนาคารไม่สามารถรับทราบล่วงหน้าหรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจแต่อย่างใด
2. ผลกระทบเชิงบวกต่อสภาพคล่องและสัดส่วน Free Float: การที่ ING ใช้วิธีการเสนอขายหุ้นแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement) นอกกระดานหลักให้แก่นักลงทุนสถาบัน ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดแรงขายจำนวนมากในตลาดรองและช่วยจำกัดผลกระทบต่อราคาหุ้นในกระดานหลัก
นอกจากนี้ ยังถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนที่สนใจสามารถเข้าลงทุนในหุ้น TTB ได้โดยตรง และช่วยเพิ่มสัดส่วนการกระจายการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) ซึ่งจะส่งผลดีต่อสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้น TTB ในระยะยาว
3. ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและกลยุทธ์หลักของธนาคาร: การปรับลดสัดส่วนการถือหุ้นของ ING ในครั้ง นี้ไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหาร การดำเนินงาน กรอบการกำกับดูแลกิจการ และการดำเนินกลยุทธ์หลักของธนาคารแต่อย่างใด เนื่องจากที่ผ่านมา ธนาคารมีการขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนองค์กร (Transformation) อย่างต่อเนื่อง และมีการเตรียมความพร้อมที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก
4. ไม่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอิสระในการดำเนินธุรกิจและการบริหารงาน: ธนาคารได้วางรากฐานและสร้างความพร้อมของบุคลากรภายในองค์กรเพื่อให้สามารถบริหารจัดการและขับเคลื่อนการดำเนินงานในทุกมิติได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยทีมผู้บริหารชาวไทย โดยบทบาทหลักของ ING ในปัจจุบันอยู่แต่เพียงในระดับคณะกรรมการธนาคาร (Board of Directors) ดังนั้น จึงไม่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจและการบริหารงานแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ธนาคารยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานตามเป้าหมายในการสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นให้กับคนไทย พร้อมทั้งสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นผ่านการรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับที่เหมาะสมและยั่งยืน รวมถึงการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน ภายใต้วงเงินรวม 35,000 ล้านบาท ระยะเวลา 4 ปี (ปี 2568 ถึงปี 2571)
โดย ณ ปัจจุบัน ธนาคารได้ดำเนินการซื้อหุ้นคืนสะสมแล้วเป็นมูลค่า 21,000 ล้านบาท และยังมีวงเงินคงเหลืออีก 14,000 ล้านบาท ซึ่งจากการที่ธนาคารสามารถดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนได้เร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ จึงทำให้มีความยืดหยุ่นในแง่ของกรอบเวลาสำหรับการดำเนินโครงการถัดไป ซึ่งธนาคารจะพิจารณากำหนดรูปแบบและวิธีการซื้อหุ้นคืนให้เหมาะสม โดยพิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งแนวโน้มภาวะตลาดทุน เพื่อให้การซื้อหุ้นคืนในแต่ละครั้งก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น
ขณะเดียวกัน รายงานหลังปิดทำการซื้อขายหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วงเช้าวันนี้ (19 ส.ค.2569) พบว่ามีการทำรายการซื้อขายหลักทรัพย์บนกระดานใหญ่ (Big Lot) ของ TTB จำนวน 76 รายการ จำนวน 6,891,041,700 หุ้น ราคาเฉลี่ย 2.64 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 18,192.35 ล้านบาท
จากธุรกรรมดังกล่าว ส่งผลให้ราคาหุ้น TTB ล่าสุด เวลา 16.04 น. ลดลง 0.12 บาท หรือลดลง 4.14% มาอยู่ที่ 2.78 บาท ระหว่างวันขึ้นไปทำราคาสูงสุดที่ 2.84 บาท และลงไปทำราคาต่ำสุดที่ 2.74 บาท มูลค่าการซื้อขายรวม 9,826.21 ล้านบาท







