
ปภ.เตือนน้ำป่าปัวทะลักท่าวังผา จ่อเข้าเมืองน่านคืนนี้!
อธิบดี ปภ. แจ้งเตือนมวลน้ำป่าไหลผ่านท่าวังผาเข้าสู่เมืองน่านคืนนี้ ก่อนมุ่งหน้าเวียงสาลงเขื่อนสิริกิติ์ เร่งอพยพกลุ่มเปราะบาง เตือนภาคเหนือและอีสานเฝ้าระวังฝนตกหนักริมเชิงเขา
19 ส.ค. 2569 นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำป่าล่าสุดว่า ตามที่มีรายงานฝนตกหนักในพื้นที่ภูเขาอย่าง อ.ปัว จ.น่าน จนเกิดน้ำป่าไหลเข้าพื้นที่ช่วงเวลา 04.00-05.00 น. ซึ่งได้แจ้งเตือนไปแล้วนั้น ต่อมาเวลา 15.00 น. มวลน้ำกำลังไหลลงสู่อำเภอท่าวังผาตามลำน้ำสายย่อยเพื่อรวมกันที่แม่น้ำสายหลัก ปริมาณน้ำใน อ.ท่าวังผา เริ่มเอ่อสูงขึ้นและจะค่อย ๆ ลดลงตามลำดับ
จากนั้น มวลน้ำจะไหลเข้าสู่เขตเทศบาลเมืองน่าน คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง หรือเข้าถึงภายในคืนนี้อย่างแน่นอน ซึ่ง ปภ. ได้แจ้งเตือนประชาชนผ่านระบบเซลล์บรอดแคสต์ (Cell Broadcast) ไปแล้วเมื่อเวลา 14.00 น. และจะแจ้งเตือนทุกครั้งที่ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 50-60 เซนติเมตร
หลังจากเคลื่อนผ่านตัวเมืองน่าน มวลน้ำจะเข้าสู่อำเภอเวียงสาโดยใช้เวลาอีกประมาณ 8 ชั่วโมง ก่อนจะไหลลงสู่เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณน้ำอยู่ที่ 65% ของความจุเขื่อน และยังสามารถรองรับมวลน้ำได้อีกมากเพื่อไว้ใช้ในช่วงหน้าแล้ง
สำหรับภาพรวมสถานการณ์ ประเทศไทยกำลังเผชิญกับภาวะซูเปอร์เอลนีโญและความแปรปรวนของสภาพอากาศ โดยช่วงวันที่ 18-20 สิงหาคม ได้แจ้งเตือนฝนตกหนักในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือไว้แล้ว ส่วนช่วงวันที่ 19-21 สิงหาคม อาจต่อเนื่องถึง 22 สิงหาคม ต้องประเมินกลุ่มฝนและพายุดีเปรสชันอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่เชิงเขาและราบเชิงเขา หากเกิดฝนตกแช่หรือฝนตกหนักแบบเรนบอมบ์ (Rain Bomb) ต้องระวังน้ำป่าไหลหลากเป็นพิเศษ
ด้านการช่วยเหลือ ปภ. ได้ส่งเครื่องจักร เครื่องมือหนัก และสรรพกำลังเข้าพื้นที่แล้วบางส่วน พร้อมประสาน ปภ.จ.เชียงราย กู้ภัย และมูลนิธิ ต่าง ๆ ร่วมเข้าช่วยเหลือ ในส่วนของ อ.ท่าวังผา ได้ประสานนายอำเภอแจ้งเตือนประชาชน และอพยพกลุ่มเปราะบางไปอยู่ที่ศูนย์อพยพเรียบร้อยแล้ว พร้อมช่วยยกของขึ้นที่สูง ทั้งนี้ คาดว่าเมื่อน้ำลด ประชาชนจะทยอยกลับเข้าที่พักอาศัยได้เนื่องจากน้ำป่าไม่ท่วมขังนาน
ส่วนพื้นที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ อำเภอเมืองน่าน ซึ่งได้ประสานผู้ว่าราชการจังหวัดน่านเพื่อเฝ้าระวังตลอดเวลา โดยการแจ้งเตือนผ่านเซลล์บรอดแคสต์ทำได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากมีการประเมินร่วมกันหลายหน่วยงาน ผ่านข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมและศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ขณะที่ระบบขนส่งมวลชนและสนามบินยังใช้งานได้ตามปกติ
นอกจากนี้ ขอเตือนพื้นที่อื่น ๆ ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่ฝนตกหนัก และบ้านเรือนริมแม่น้ำ ให้เฝ้าระวังปริมาณฝนอย่างใกล้ชิด รวมถึงฝากเตือนนักท่องเที่ยวห้ามลงเล่นน้ำใกล้บริเวณทางน้ำในช่วงฤดูฝน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำและสั่งการผ่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ติดตามการดูแลช่วยเหลือและรับมือสถานการณ์อย่างใกล้ชิด







