posttoday
ROH เดินหน้าทวงคืน "รอยัล ออคิด เชอราตัน" ลุ้นพันธมิตรไฟเขียว 4,873 ล้านบาท

ROH เดินหน้าทวงคืน "รอยัล ออคิด เชอราตัน" ลุ้นพันธมิตรไฟเขียว 4,873 ล้านบาท

17 สิงหาคม 2569

ROH เปิดไพ่หลังพ้นเส้นตายสัญญาเช่า! ยืนยันโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตันฯ เปิดให้บริการปกติ พร้อมเดินหน้าซื้อคืนทรัพย์สิน มูลค่า 4,873 ล้านบาท พันธมิตรทางการเงินหนุนแต่ต้องผ่านการตรวจสอบและอนุมัติ เลื่อนส่งงบไตรมาส 2/69 ภายใน 30 ก.ย.69 ด้าน GROREIT ขอออมสินขยายเวลาชำระหนี้ 1,350 ล้านบาท

KEY

POINTS

  • ROH ยืนยันโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตันฯ เปิดให้บริการปกติ พร้อมเดินหน้าซื้อคืนทรัพย์สิน มูลค่า 4,873 ล้านบาท
  • พันธมิตรทางการเงินหนุนแต่ต้องผ่านการตรวจสอบและอนุมัติ แจ้งเลื่อนส่งงบไตรมาส 2/69 ภายใน 30 ก.ย.69
  • ด้าน GROREIT ขอออมสินขยายเวลาชำระหนี้ 1,350 ล้านบาท

เกมชิง "โรงแรม รอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ" ยังไม่จบ แม้เส้นตายสำคัญของสัญญาจะผ่านไปแล้วก็ตาม

 

ล่าสุด นายวิทวัส วิภากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ROH ชี้แจงตลาดหลักทรัพย์ฯว่า บริษัทอยู่ระหว่างเดินหน้าการซื้อคืนทรัพย์สิน "โรงแรม รอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ" จาก "ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แกรนด์ รอยัล ออคิด โฮสพีทาลิตี้ ที่มีข้อตกลงการซื้อคืน (GROREIT)" โดยราคาซื้อคืนตามสัญญาอยู่ที่ 4,873 ล้านบาท

 

ประเด็นสำคัญคือ ROH ระบุชัดว่าแม้สัญญาเช่าจะครบกำหนด วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 แต่โรงแรมยังคงเปิดให้บริการตามปกติ การดำเนินงานไม่ได้หยุดชะงักและบริษัทยังคงมีรายได้จากธุรกิจโรงแรม รวมถึงมีสภาพคล่องเพียงพอสำหรับการดำเนินธุรกิจและการจัดหาเงินเพื่อซื้อคืนทรัพย์สิน

 

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 เมื่อ ROH ส่งหนังสือถึงบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) ในฐานะทรัสตี GROREIT และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ เพื่อยืนยันความประสงค์ในการใช้สิทธิซื้อคืนทรัพย์สินโรงแรมในราคา 4,873 ล้านบาท ตามที่กำหนดไว้ในสัญญาที่เกี่ยวข้อง

 

และที่สำคัญ ROH ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนทางการเงินจากพันธมิตรทางการเงินรายหนึ่ง

 

อย่างไรก็ตาม ดีลนี้ยังไม่ได้หมายความว่าเงินพร้อมโอนและการซื้อขายเสร็จสมบูรณ์แล้ว เพราะการสนับสนุนทางการเงินยังมีเงื่อนไข ทั้งผลการตรวจสอบสถานะกิจการ การได้รับอนุมัติจากหน่วยงานหรือผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนการลงนามในสัญญาที่เกี่ยวข้อง

 

นั่นหมายความว่า เงิน 4,873 ล้านบาทยังอยู่ในขั้นตอนของการจัดหาและปิดเงื่อนไขทางการเงิน และหัวใจสำคัญจากนี้คือ ROH จะสามารถเปลี่ยนความสามารถในการซื้อคืน ให้กลายเป็นการโอนกรรมสิทธิ์จริงได้เมื่อไหร่

 

ROH ยังขอให้ GROREIT ดำเนินการตามหน้าที่ภายใต้สัญญาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กระบวนการซื้อขายและโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินโรงแรมสามารถเดินหน้าต่อได้ หากมีความคืบหน้าที่มีสาระสำคัญ รวมถึงกรอบเวลาการซื้อคืนทรัพย์สินโรงแรม ROH จะแจ้งให้ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และตลาดหลักทรัพย์ฯ ทราบต่อไป

 

โรงแรมเดินหน้า..ใครถือทรัพย์สิน

 

อีกหนึ่งประเด็นที่ตลาดจับตาคือสถานะการประกอบธุรกิจหลังวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทาง ROH ยืนยันว่า โรงแรมยังคงเปิดให้บริการและดำเนินธุรกิจตามปกติภายใต้ใบอนุญาตและการบริหารงานของบริษัท พร้อมย้ำว่าการเจรจาซื้อคืนทรัพย์สินไม่ได้ทำให้การให้บริการหยุดชะงัก

 

ขณะเดียวกัน ROH กำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาคุณสมบัติด้าน การกระจายการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายย่อย หรือ Free Float โดยอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางต่างๆ รวมถึงการหานักลงทุนเข้ามาลงทุนเพื่อเพิ่มสัดส่วนหุ้นรายย่อย

 

ดังนั้น ROH กำลังเดินเกมสองด้านพร้อมกัน ด้านแรก คือ การปิดดีลซื้อคืนโรงแรม 4,873 ล้านบาท และอีกด้าน คือ แก้โจทย์โครงสร้างผู้ถือหุ้น เพื่อให้กลับมามีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ

 

ภาพ: เว็บไซต์เชอราตัน

 

เลื่อนส่งงบ Q2/69

 

อีกสัญญาณที่สะท้อนว่าดีลโรงแรมมีผลต่อ ROH อย่างมีนัยสำคัญคือ ในวันที่ 14 ส.ค.2569 ที่ผ่านมา ROH ขอเลื่อนส่งงบการเงินไตรมาส 2/2569 ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 

 

โดยให้เหตุผลว่า การซื้อคืนทรัพย์สินโรงแรมเป็นรายการที่มีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินและธุรกิจของบริษัทอย่างมากจึงต้องการให้การจัดทำงบการเงินสะท้อนข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้ใช้งบการเงิน 

 

ROH คาดว่าจะสามารถนำส่งงบการเงินไตรมาส 2/2569 ได้ภายในวันที่ 30 กันยายน 2569

 

ภาพ: ตลาดหลักทรัพย์ฯ

 

สำหรับนักลงทุน จุดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเส้นตายที่ต้องจับตา เพราะงบการเงินจะช่วยสะท้อนให้เห็นชัดขึ้นว่า ฐานะการเงิน กระแสเงินสด ภาระหนี้ และผลกระทบจากสถานการณ์โรงแรมอยู่ในระดับใด

 

GROREIT ยืดเวลาชำระหนี้

 

ขณะที่อีกด้านของสมการคือ GROREIT ซึ่งกำลังเผชิญโจทย์ด้านการชำระหนี้เช่นกัน

 

"อลงกรณ์ ประธานราษฎร์นิกร" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์ บลจ.วรรณ แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า GROREIT มีสัญญาเงินกู้กับ "ธนาคารออมสิน" วงเงิน 1,350 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนในทรัพย์สินโครงการโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเทล แอนด์ ทาวเวอร์ส โดยเดิมครบกำหนดชำระวันที่ 14 กรกฎาคม 2569

 

แต่จนถึงขณะนี้ GROREIT ได้ขอให้ออมสินพิจารณาขยายระยะเวลาการชำระหนี้และผ่อนผันเงื่อนไขของสัญญาเงินกู้ โดยธนาคารอยู่ระหว่างพิจารณา

 

ภาพที่เกิดขึ้นจึงน่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะฝั่ง ROH กำลังเร่งหาเงินเพื่อซื้อทรัพย์สินกลับ ขณะที่ฝั่ง GROREIT กำลังขอเวลาในการจัดการภาระหนี้ก้อนใหญ่

 

ภาพ: ตลาดหลักทรัพย์ฯ

 

กุญแจใหญ่ 4,873 ล้านบาท

 

สถานการณ์ล่าสุดสะท้อนว่าเกม GROREIT และ ROH ยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน และยังไม่สามารถสรุปได้ว่ากระบวนการต่อจากนี้จะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ 

 

แต่สิ่งที่ตลาดต้องจับตาต่อจากนี้มีอย่างน้อย 4 เรื่อง ได้แก่

  1. ROH จะยังมีสิทธิ์ซื้อคืนโรงแรมฯ ตามที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯได้หรือไม่
  2. อำนาจการบริหารและรับรู้รายได้จากโรงแรมฯ อยู่ภายใต้สิทธิ์ของ GROREIT ใช่หรือไม่
  3. พันธมิตรทางการเงินของ ROH คือใคร และวงเงินสนับสนุนครอบคลุม 4,873 ล้านบาทมากน้อยเพียงใด
  4. การตรวจสอบสถานะกิจการและเงื่อนไขอนุมัติสินเชื่อจะเสร็จเมื่อไหร่
  5. GROREIT และออมสินจะได้ข้อสรุปเรื่องการขยายเวลาชำระหนี้ 1,350 ล้านบาทอย่างไร
  6. ROH จะสามารถนำส่งงบไตรมาส 2/69 ได้ภายใน 30 กันยายน 2569 หรือไม่
  7. GROREIT จะสามารถปิดกองรีทและคืนเงินให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้เมื่อไหร่

 

เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ผู้ถือหุ้นและผู้ถือหน่วย GROREIT ต้องการเห็นไม่ใช่เพียงคำยืนยันว่าสามารถซื้อคืนได้ แต่คือวันที่สามารถเปลี่ยนคำยืนยันนั้นเป็นเงินพร้อมโอนกรรมสิทธิ์เสร็จ และโรงแรมกลับมาอยู่ภายใต้โครงสร้างทรัพย์สินของ ROH

 

เกมนี้จึงยังไม่ถึงฉากจบ หลังจากเส้นตาย 14 กรกฎาคม 2569 สิ่งที่สำคัญกว่าคำถามที่ว่าจะซื้อคืนหรือไม่ ? เปลี่ยนเป็นคำถามที่ว่า..ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับเงินคืนได้เมื่อไหร่.

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” บินสหรัฐฯ 30 ส.ค. ปิดดีล ART ยัน! ไม่ข้าม 3 เส้นแดงอ่อนไหว

“ศุภจี” บินสหรัฐฯ 30 ส.ค. ปิดดีล ART ยัน! ไม่ข้าม 3 เส้นแดงอ่อนไหว