posttoday
รวบตึง 3 หุ้นค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง “HMPRO-GLOBAL-DOHOME” Q2/69 กำไรโตเด่น

รวบตึง 3 หุ้นค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง “HMPRO-GLOBAL-DOHOME” Q2/69 กำไรโตเด่น

13 สิงหาคม 2569

เจาะ 3 หุ้นค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง ไตรมาส 2/69 พบ GLOBAL กำไรพุ่งแรงสุด ส่วนครึ่งปีแรก GLOBAL-DOHOME กำไรโตเด่น สวนทาง HMPRO ดรอป โบรกฯ คาดกำไรไตรมาส 3/69 เติบโตต่อเนื่องเทียบ YoY

KEY

POINTS

  • 3 หุ้นค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง ประกาศผลกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 DOHOME มีการเติบโตของกำไรสุทธิสูงสุดที่ 94.3% ตามมาด้วย GLOBAL ที่ 82.5% และ HMPRO ที่ 14.0% 
  • งบครึ่งปีแรก GLOBAL-DOHOME กำไรโตเด่น สวนทาง HMPRO ผลงานดรอป
  • นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าแม้กำไรในไตรมาส 3/69 อาจชะลอตัวลงตามปัจจัยฤดูกาล แต่จะยังคงเติบโตได้เมื่อเทียบกับฐานที่ต่ำในปีก่อนหน้า

ตามที่ กลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้านครบวงวร 3 ราย ได้แก่ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO, บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL และ บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME ประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 2/2569 และครึ่งแรกปี 2569 ออกมาเรียบร้อย 

 

ดังนั้น “โพสต์ทูเดย์” ได้รวบรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 และครึ่งแรกปี 2569 ของทั้ง 3 ราย มาเปรียบเทียบกันให้เห็นถึงรายได้ กำไรสุทธิ จำนวนสาขา มาร์เก็ตแคป แนวโน้มไตรมาส 3/2569 และประมาณการกำไรปี 69    

 

รายได้รวม

 

ไตรมาส 2/2569

  • HMPRO : 18,054.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% YoY
  • GLOBAL : 8,372.52 ล้านบาท ลดลง 0.2% YoY
  • DOHOME : 7,848.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% YoY

 

ครึ่งแรกปี 2569

  • HMPRO : 35,203.91 ล้านบาท ลดลง 2.5% YoY
  • GLOBAL : 17,147.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% YoY
  • DOHOME : 16,010.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% YoY

 

กำไรสุทธิ

 

ไตรมาส 2/2569

  • HMPRO : 1,594.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.0% YoY 
  • GLOBAL : 946.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82.5% YoY
  • DOHOME : 305.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 94.3% YoY

 

ครึ่งแรกปี 2569

  • HMPRO : 2,998.15 ล้านบาท ลดลง 3.5% YoY
  • GLOBAL : 1,744.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.6% YoY
  • DOHOME : 556.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.2% YoY

 

จำนวนสาขา ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 

 

  • HMPRO : 134 สาขา
  • GLOBAL : 101 สาขา 
  • DOHOME : 56 สาขา

 

มาร์เก็ตแคป ณ วันที่ 11 ส.ค.2569

 

  • HMPRO : 87,455.47 ล้านบาท 
  • GLOBAL : 42,014.93 ล้านบาท 
  • DOHOME : 13,863.31 ล้านบาท    

 

แนวโน้มไตรมาส 3/2569 และประมาณการกำไรปี 2569

 

HMPRO

 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) าดการณ์แนวโน้มกำไรไตรมาส 3/2569 ของ HMPRO จะยังลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ตามปัจจัยฤดูกาลและการหมดไปของกำไรจากสต็อกสินค้าที่ต้นทุนต่ำในไตรมาส 2/2569 แต่คาดว่ากำไรจะสามารถเติบโตได้ เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน หนุนจาก GPM ที่ขยายตัวจากการปรับราคาขายและสัดส่วนสินค้า Private Label ของ Mega Home ที่เพิ่มขึ้นและดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงในไตรมาส 3/2569

 

ทั้งนี้ คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 6,155 ล้านบาท และราคาเหมาะสมไว้ที่ 8.00 บาท ปัจจุบันหุ้นซื้อขายบน PER26  ที่ 14.3 เท่า ต่ำกว่า -2SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ซึ่งสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว และคาดจะจ่ายปันผลครึ่งแรกปี 2569 ที่ 0.18 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield 2.7% จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”

 

GLOBAL

 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินแนวโน้มกำไรไตรมาส 3/2569 จะชะลอตัวลง เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ตามปัจจัยฤดูกาล แต่ยังสามารถเติบโตได้ เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของ SSSG ในครึ่งหลังปี 2569 หนุนจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อแบบค่อยเป็นค่อยไปและฐานที่ต่ำ ขณะที่ GPM ในครึ่งหลังปี 2569 คาดว่าจะเห็นการกลับสู่ระดับปกติที่ 26-27% หลังบริษัททยอยรับรู้ผลบวกจากสต็อกสินค้าที่ต้นทุนต่ำไปมากแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มที่จะปรับประมาณการกำไรปี 2569 (2,470 ล้านบาท) และราคาเป้าหมายขึ้นในระยะถัดไป เบื้องต้นคงราคาเหมาะสมไว้ที่ 8.90 บาท และคงคำแนะนำ “ซื้อ” 

 

DOHOME

 

บล.เอเซีย พลัส คาดกำไรในไตรมาส 3/2569 ลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ตามผลของฤดูกาลและมาร์จิ้นที่น่าจะกลับค่อย ๆ กลับสู่ระดับปกติราว 17-18% อย่างไรก็ดี คาดกำไรสามารถเติบโตได้ เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน จากฐานที่ต่ำในปีที่แล้ว ที่ถูกกดดันจากปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา ประกอบกับ SSSG ในช่วงเดือน ก.ค. เป็นบวกที่ราว 4-5% จากแรงหนุนหลักยอดขายสินค้าเหล็กที่เพิ่มขึ้น เพราะในไตรมาส 3/2568 มีปัญหาเรื่องเหล็กขาดตลาด

 

โดยคงคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 ที่ 958 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% จากปีก่อน เพราะมองว่ากำไรน่าจะทำจุดต่ำสุดของปีในช่วงไตรมาส 3/2569 ปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 4.46 บาท (อิง PER ที่ระดับ 16.7 เท่า หรือค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 1 ปี) พร้อมทั้งปรับลดคำแนะนำลงเป็น “Trading” จากเดิม “Buy” เพื่อสะท้อนแนวโน้มกำไรในปีนี้ที่คาดผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในไตรมาส 2/2569 

 

อย่างไรก็ดี แนวโน้มกำไรยังน่าจะเห็นการเติบโตในระดับสูงในช่วงไตรมาส 3/2569 จากฐานที่ต่ำในปีก่อน และกลับมาเติบโตได้ทั้งในไตรมาส 4/2569

ข่าวล่าสุด

ผู้หญิงอย่ามองข้าม! เปิด “3 ช่วงวัย” ที่ต้องใส่ใจสุขภาพเป็นพิเศษ

ผู้หญิงอย่ามองข้าม! เปิด “3 ช่วงวัย” ที่ต้องใส่ใจสุขภาพเป็นพิเศษ